- ประธานอียูเร่งเร้าสมาชิกช่วยกู้วิกฤตเศรษฐกิจ
- บุชชี้แผนเศรษฐกิจต้องใช้เวลา
- นัิกวิเคราะห์ชี้แบงค์สหรัฐจะล้มกว่า 100 แห่งปีหน้า
- โอบาม่าโต้กลับหลังถูกหาว่าพัวพันกลุ่มก่อการร้าย
- หุ้น น้ำมันร่วงไม่มั่นใจแผนกู้ศก.สหรัฐฯ
- แบงค์ฝรั่งเศสอุ้มแบงค์ฟอร์ตีส
- สหรัฐ:โอบามา ตอบโต้แม็คเคน
- เกาหลีเหนือ: คิม จอง อิล ปรากฎตัวครั้งแรก
- จีน:ไม่พบสารเมลามีนในนมผงแล้ว




ประธานอียูเร่งเร้าสมาชิกช่วยกู้วิกฤตศก.
ประธานสหภาพยุโรปออกโรงเร่งเร้าให้บรรดาสมาชิก 27 ชาติร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวในการนำเสถียรภาพ
ตลาดการเงินกลับคืนมา ขณะที่ยังคงมีการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง




คริสตีน เลอการ์ด รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสซึ่งรั้งตำแหน่งประธานกลุ่มสหภาพยุโรป ได้ออกมาเรียกร้องให้สมาชิก 27
ชาติประสานมือเป็นหนึ่งเดียวในการหามาตรการที่จำเป็นเพื่อกอบกู้เสถียรภาพของตลาดการเงินโลกให้กลับคืนมา
อีกครั้ง และสิ่งแรกที่ต้องทำคือการร่วมมือกัน



การออกมาเรียกร้องของประนอียูมีขึ้นหลังจากสมาชิกอียูหลายประเทศต่างใช้มาตรการของตัวเองเพื่อกอบกู้
ธนาคารที่ล้มละลายและปกป้องผู้ฝากเงิน เริ่มตั้งแต่ไอร์แลนด์ที่ออกมาตรการรับประกันเงินฝากแบบไม่จำกัด
ทำให้อังกฤษไม่พอใจและเบลเยี่ยมเริ่มกังวล



ด้านนาย Joaquin Almunia คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรปก็ออกมาขานรับข้อเรียก-
ร้องของประธานอียูว่า วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีการประสานความร่วมมือกันภายในอียู โดยจะต้องกำหนด
เป้าหมาย วิธีปฏิบัติร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้มาตรการแต่เพียงลำพังซึ่งอาจก่อให้เกิดผลทางด้านลบภายใน
กลุ่มอย่างที่เป็นอยู่ โดยในวันนี้รัฐมนตรีคลัง 27 ชาติอียูจะประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางร่วมเกี่ยวกับวิธีการ
ในการเข้าไปกอบกู้ธนาคารที่ล้มละลาย



ด้านนายชอง- คล้อด ตริเช่ต์ ประธานธนาคารกลางยุโรปก็ออกมาบรรเทาความวิตกกังวลของตลาดเกี่ยวกับ
เสถียรภาพของตลาดการเงินยุโรปว่า เป็นการคาดการณ์เกิดความเป็นจริงและว่า ธนาคารกลางในกลุ่มยูโร-โซน
พร้อมจะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าไปในตลาดตราบเท่าที่จำเป็น




ขณะเดียวกันบรรดาผู้นำอียูก็ให้ความมั่นใจกับว่า จะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินเอาไว้
โดยนอกเหนือจากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องจากธนาคารกลางยุโรปแล้ว ก็ยังจะออกมาตรการสำหรับธนาคาร
รายย่อย(individual bank)และให้หลักประกันสำหรับเงินฝาก โดยมีการเสนอให้มีการเพิ่มการรับประกันเงินฝาก
จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 20,000 ปอนด์และกำหนดกรอบเวลาให้ประชาชนสามารถถอนเงินฝากของตัวเองออก
จากธนาคาร (07/10/51)





บุชชี้แผนเศรษฐกิจต้องใช้เวลา
ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ผู้นำสหรัฐชี้แผนเศรษฐกิจต้องใช้เวลาสักพักกว่าแผนจะเริ่มส่งผลดี
ต่อเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าในระยะยาวเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นอย่างแน่นอน




หลังจากที่เห็นว่าการผ่านร่างแผนเศรษฐกิจของสภาคองเกรสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่น
ให้กับตลาดหุ้นตลาดเงิน ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ผู้นำสหรัฐก็ได้ออกตระเวนพบปะกับประชาชนและ
นักลงทุนในความพยายามที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยเมื่อวานนี้ได้ไปพบกับบรรดาเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ร้าน
อาหารเล็กๆ ในเมืองซาน อันโตนิโอ้ รัฐเท็กซัส โดยยืนยันว่าแผนกู้เศรษฐกิจที่เพิ่งผ่านการรับรองจากคองเกรส
และจากตนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูระบบการเงินและเศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า
แผนดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่อาจต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลของมัน และว่าหากไม่ใช้แผนดังกล่าว ระบบ
การเงินสหรัฐจะเลวร้ายลงกว่านี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ก็ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือเฉพาะสถาบันการเงิน แต่ยัง
รวมไปถึงประชาชนคนธรรมดาด้วย และขอให้ชาวอเมริกันเชื่อมั่นว่าเงินภาษีอากรของประชาชนจะไม่เสียเปล่า
เพราะในระยะยาวเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น และขณะนี้รัฐบาลกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ
อย่างใกล้ชิด และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจสหรัฐไปปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่เศรษฐกิจของ
ประเทศต่างๆทั่วโลกเพื่อร่วมมือกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของตลาดเงินทั่วโลกแล้ว ขณะเดียวกันก็
ได้แต่งตั้งนายนีล แคชคารี อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs วัย 35 ปีให้มากำกับดูแลขั้นตอนของแผนเศรษฐกิจ
ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐก็เตรียมปล่อยดอกเบี้ยให้กับธนาคารต่างๆ เร็วๆนี้ (07/10/51)





นักวิเคราะห์ชี้แบงค์สหรัฐจะล้มกว่า 100 แห่งปีหน้า
ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจคาดธนาคารสหรัฐกว่า 100 จะล้มละลายหรือประสบปัญหาขาดทุนในปีหน้า
แม้แผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้านดอลล่าร์จะผ่านการรับรองเป็นกฎหมายบังคับใช้แล้วก็ตาม




นาย Jaret Seiberg นักวิเคราะห์ด้านการเงินของสแตนฟอร์ดออกมาคาดการณ์ว่าธนาคารสหรัฐกว่า 100 แห่งจะ
ประสบปัญหาขาดทุนหรือล้มละลายเพิ่มอีกภายในปีหน้า แม้ว่าสภาคองเกรสและประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช
จะผ่านร่างแผนเศรษฐกิจมูลค่า 7 แสนล้านดอลล่าร์เป็นกฎหมายบังคับใช้เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วแล้วก็ตาม




โดยนาย Seiberg กล่าวว่าแผนเศรษฐกิจจะสามารถช่วยสถาบันการเงินได้บางส่วน แต่ไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นหรือ
ชุบชีวิตสถาบันการเงินส่วนใหญ่ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้วิกฤต
การเงินและธนาคารของสหรัฐก็รุนแรงและเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ต้น 1990 ซึ่ง FDIC ได้รายชื่อสถาบันการเงินและ
ธนาคารที่มีปัญหาจำนวน 117 แห่งตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนแล้ว ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 1ของสถาบันการเงินที่มีอยู่ทั้งสิ้น
เกือบ 8,500 แห่ง




แต่นั่นยังไม่รวมธนาคาร Washington Mutual และ วาโคเวียที่เพิ่งประกาศภาวะขาดทุนไปเมื่อปลายที่เดือน ซึ่งทั้ง
สองแห่งมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านดอลล่าร์ เมื่อเทียบกับธนาคาร 117 แห่งรวมกันมีมูลค่าเพียง 307,000
ล้านดอลล่าร์ จึงนับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่แผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้านดอลล่าร์จะสามารถพลิกฟื้นวิกฤตการเงินให้
กระเตื้องได้ภายในไม่กี่เดือน




ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือนานกว่านั้นกว่าจะเรียกความมั่นใจกลับคืนสู่ตลาดการเงิน แต่กว่าสถาบันการเงินจะรู้สึกได้ก็ใช้เวลานานกว่านั้นอีก ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองในแง่ร้ายยิ่งกว่านี้ โดย
กล่าวว่าแผนกู้เศรษฐกิจฉบับนี้ไม่ได้ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์หรือพื้นฐานเศรษฐกิจที่แท้จริง
ซึ่งในที่สุดแล้วปัญหาก็จะกลับมาอีก และจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นอีกครั้ง (06/10/51)






โอบาม่าโต้กลับหลังถูกหาว่าพัวพันกลุ่มก่อการร้าย
บารัค โอบาม่า ผู้สมัครเลือกตั้งจากพรรคเดโมแครตโต้กลับข้อกล่าวหาของซาร่าห์ เพ-ลิน คู่ชิงรองประ-
ธานาธิบดีจากพรรคริพับลิกันที่ว่าหาเป็นเพื่อนกับสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายว่าขณะนั้นตนอายุเพียง 8 ขวบ
จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้อย่างไร พร้อมโจมตีริพับลิกันว่าใช้วิธีสกปรกหาเสียง




หลังจากที่ถูกซาร่าห์ เพ-ลิน คู่ชิงรองประธานาธิบดีจากพรรคริพับลิกันกล่าวหาว่าเป็นเพื่อนและมีความสัมพันธ์
ใกล้ชิดกับนายบิล เอเยอร์ส ผู้ก่อตั้งกลุ่มเคลื่อนไหว Weather Underground ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่เคยก่อเหตุ
โจมตีสหรัฐในยุค 1960 โอบาม่าก็ออกมาโต้กลับทันทีว่าตอนนั้นตนอายุเพียง 8 ขวบจะมีส่วนร่วมกับการก่อการร้าย
ได้อย่างไร




นอกจากนี้ตนก็ยังเคยประนามกลุ่มเคลื่อนไหว Weather Underground ของเอเยอร์สกรณีโจมตีสหรัฐด้วย พร้อม
กล่าวหาจอห์น แม็คเคนและพรรคริพับลิกันว่าใช้วิธีสกปรกในการหาเสียง และว่าแม็คเคนพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อ
โค่นคู่แข่ง แทนที่จะคิดหาทางฟื้นฟูประเทศชาติ และพยายามเบี่ยงเบนจากความผิดพลาดด้านเศรษฐกิจด้วยการ
โจมตีคู่แข่ง ขณะเดียวกันก็ได้ออกภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่โจมตีแม็คเคนทันทีโดยกล่าวหาแม็คเคนว่าไม่อยู่
กะร่องกะรอยในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากอายุมากถึง 72 ปีแล้ว




ขณะที่เพ-ลินนั้น หลังจากที่ถูกสื่อและนักวิเคราะห์วิจารณ์ว่าโจมตีโอบาม่ากรณีเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้ายโดย
ไม่มีหลักฐาน ทั้งมีข้อมูลผิดเพราะโอบาม่ายังเด็กอยู่ในช่วงเหตุการณ์โจมตี เพ-ลินก็ออกมาโต้กลับว่าการโจมตี
โอบาม่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลเพราะชาวอเมริกันควรที่จะได้รับรู้ว่าโอบาม่าเริ่มต้นอาชีพการเมืองมา
อย่างไร




อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่าคำพูดและข้อกล่าวหาของเพ-ลินจะส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของ
แม็คเคนซึ่งจะต้องทำให้แม็คเคนต้องเสียใจในภายหลัง เพราะนอกจากจะเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน และรุนแรง
แล้ว ก็ยังแฝงด้วยความรู้สึกเหยียดเชื้อชาติเนื่องจากพยายามสื่อให้เห็นว่าโอบาม่าเป็นคนดำและมีสัมพันธ์กับกลุ่ม
ก่อการร้าย ทั้งยังเป็นการพูดกับกลุ่มคนผิวขาว รวมทั้งคำพูดที่ว่า"โอบาม่าคิดไม่เหมือนพวกเรา และคิดไม่เหมือน
อเมริกัน" ซึ่งแสดงถึงการแบ่งแยก นอกจากนี้การที่แม็คเคนส่งเพ-ลินออกมาเป็นมือโจมตีโอบาม่าแทนที่จะโจมตี
เองนั้น ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือเพราะเพ-ลินเป็นมือใหม่และขาดประสบการณ์ทางการเมือง




ด้านแม็คเคนก็ได้เดินทางกลับบ้านที่เมืองเซโดน่า รัฐแอริโซน่า เมื่อวานนี้เพื่อไปฝึกซ้อมและเตรียมพร้อมรับการ
โต้อภิปรายรอบ 2 กับโอบาม่าที่มหาวิทยาลัยเบลม้อนต์ เมืองแนชวีล รัฐเทนเนสซี่ คืนวันพรุ่งนี้ตามเวลาท้องถิ่น
หรือเช้าวันพุธตามเวลาของไทย โดยการโต้อภิปรายครั้งนี้จะเป็นในลักษณะทาวน์ฮอล คือให้ผู้ชมถามคำถามอะไร
ก็ได้ ซึ่งการโต้อภิปรายครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญกับแม็คเคนซึ่งจะต้องพยายามพลิกเกมเพื่อทำคะแนนตีตื้นไล่
โอบาม่าขึ้นมาให้ทัน หลังจากถูกทิ้งห่างออกไป โดยโพลของซีเอ็นเอ็นล่าสุดให้โอบาม่านำแม็คเคนอยู่ร้อยละ 49
ต่อ 43 (06/10/51)




หุ้น น้ำมันร่วงไม่มั่นใจแผนกู้ศก.สหรัฐฯ
ตลาดหุ้นเอเชียและน้ำมันร่วงระนาว เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลลว่า มาตรการฟื้นฟูภาคการเงินมูลค่า
7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯอาจไม่สามารถสกัดกั้นภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯได้



ตลาดหุ้นและราคาน้ำมันในตลาดเอเชียต่อการอนุมัติกฏหมายกู้เศรษฐกิจสหรัฐฯมูลคา 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
ดูจะไม่ค่อยตอบรับสักเท่าไร เพราะเปิดตลาดเช้านี้หุ้นในเอเชียร่วงลงทุกตลาด โดยเฉพาะดัชนีนิกเกอิ ของญี่ปุ่น
ดิ่งลงถึง 3.6 เปอร์เซนต์ ลดลง 393.81 จุดมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 10,544.33 จุด นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี




ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงร่วงลงไป 558.78 จุด อยู่ที่ระดับ 17,123.62 จุด ส่วนตลาดหุ้นไต้หวันดิ่งลง 3.97
เปอร์เซนต์ ร่วงลงไป 228.03 จุดมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 5,514.20 จุด นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่
ตลาดหุ้นออสเตรเลียดิ่งลง 3.8 เปอร์เซนต์ลดลง 173.6 จุด อยู่ที่ระดับ 4,521.8 จุด ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ
3 ปี ซึ่งนักลงทุนยังคงวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจโลก แม้ว่าสภาคองเกรสสหรัฐฯจะลงมติผ่านร่างกฏหมายฟื้นฟู
เศรษฐกิจแล้วก็ตาม




ส่วนราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยน้ำมันดิบไนเม็กซ์ที่ตลาดสิงคโปร์ร่วงลง 2.03 เปอร์เซนต์ ลดลง 1.97 ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 91.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนเชื่อว่า แผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจ
สหรัฐฯเป็นเพียงแผนชั่วคราวเพื่อกอบกู้ตลาดหุ้น




นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความต้องการใช้น้ำมันประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลกได้ลดลงแล้วในปีนี้และว่ามีความ
เสี่ยงที่ราคาน้ำมันอาจลดลงสู่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลด้วยซ้ำ ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมารัฐมนตรีน้ำมันอิหร่าน
กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ร่วงลงหลุดต่ำกว่าระดับ 100 เหรียญเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต และว่า
สมาชิกโอเปกจำเป็นต้องยึดโควต้าการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงการผลิตเกินความต้องการ และว่าทุกวันนี้ประเทศผู้ผลิต
น้ำมันป้อนน้ำมันสู่ตลาดโลกในปริมาณที่เกินความต้องการตลาดประมาณวันละ 4 แสนบาร์เรลแล้ว (06/10/51)





แบงค์ฝรั่งเศสอุ้มแบงค์ฟอร์ตีส
บีเอ็นพี พาริบาส์ ซึ่งเป็นกลุ่มธนาคารใหญ่ของฝรั่งเศส ได้ตกลงเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในฟอร์ติส ที่กำลัง
ประสบกับป้ญหาทางการเงิน




บีเอ็นพี พาริบาส์ ได้ตกลงกับรัฐบาลเบลเยี่ยมและรัฐบาลลักเซมเบิร์ก เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ โดยขอเข้าไป
ถือหุ้นฟอร์ติสในเบลเยี่ยมจำนวน 75 เปอร์เซ็นต์ และถือหุ้นฟอร์ติสในลักเซมเบิร์ก 67 เปอร์เซ็นต์ โดยยอมให้
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศเข้ามามีส่วนได้เสียในบีเอ็นพี พาริบาส์ ในรูปของการสว็อปหุ้น โดยรัฐบาลเบลเยี่ยมจะ
มีหุ้นอยู่ในพาริบาส์จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่าราว 6.5 พันล้านยูโร ตามราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ ส่วน
รัฐบาลลักเซมเบิร์กจะมีหุ้นในพาริบาส์ 1.4 เปอร์เซ็นต์




ข้อตกลงครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกสำหรับการนำแผนพยุงธุรกิจข้ามพรมแดนมาใช้ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป หลัง-
เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้นในสหรัฐและลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ (06/10/51)






สหรัฐ:โอบามา ตอบโต้แม็คเคน
นายบารัค โอบามา ผู้สมัครชิงประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ตอบโต้การโจมตีใหม่ล่าสุดจาก
นายจอห์น แม็คเคน คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน โดยกล่าวว่า นายแม็คเคน ทำตัวไม่อยู่กับร่องกับรอย
ขณะที่สถาบันการเงินอเมริกัน อยู่ในภาวะหมิ่นเหม่ภายใต้ภาวะหนี้เสียที่ทับถมกันเข้ามา




ทีมหาเสียงของนายโอบามา กล่าวหานายแม็คเคน ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อพลิกผันการลดลงของคะแนนนิยมในผล
การสำรวจ ที่เกี่ยวพันกับความกลัวของผู้ออกเสียงลงคะแนนเกี่ยวกับเศรษฐกิจว่า กำลังพยายามอย่างคนจนตรอก
ที่จะเปลี่ยนเรื่อง โดยหยิบยกประเด็นที่นายโอบามา เคยมีความเกี่ยวพันกับนักรณรงค์ทางการเมืองหัวรุนแรง




นายโอบามา กำลังตอบโต้การโจมตีของนางแซร่าห์ เพลิน ผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน
ที่ใช้การปรากฎตัว 3 ครั้งของนางในการกล่าวหานายโอบามา ว่า ห้อมล้อมด้วยผู้ก่อการร้าย



ความเห็นเชิงก่อกวนของนางเพลิน เป็นการขุดคุ้ยความสัมพันธ์ระหว่างนายโอบามากับนาย WILLIAM AYERS
อดีตนักรณรงค์ทางการเมืองหัวรุนแรงยุคทศวรรษหลังปี 2503 หนึ่งในผู้ก่อตั้งองค์กร WEATHER UNDER GROUND
ซึ่งสมาชิกเคยมีส่วนร่วมในการลอบวางระเบิด ซึ่งก็รวมถึงเหตุระเบิดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ และ
รัฐสภาสหรัฐในช่วงสงครามเวียดนาม นายโอบามา เป็นเด็กตอนที่กลุ่มของนาย AYERS ออกปฏิบัติการ และได้
ประณามทรรศนะและกิจกรรมนิยมความรุนแรงของนาย AYERS ในเวลาต่อมา



ผลสำรวจล่าสุดของหนังสือพิมพ์ COLUMBUS DISPATCH ชี้นายโอบามา นำนายแม็คเคน ในรัฐโอไฮโอ ร้อยละ
49 ต่อ 42 ในหมู่ผู้ออกเสียงลงคะแนนที่มีแนวโน้มจะออกไปใช้สิทธิ์ รัฐโอไฮโอ มีความสำคัญยิ่งต่อชัยชนะ
ในการเลือกตั้งในวันที่ 4 เดือนหน้า ที่เหลือเวลาอีก 4 สัปดาห์พอดี (06/10/51)





เกาหลีเหนือ: คิม จอง อิล ปรากฎตัวครั้งแรก
สื่อมวลชนของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือวัย 66 ปี ปรากฎตัวต่อ
สาธารณชนเป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลาเกือบ 2 เดือน



สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเกาหลีเหนือ รายงานว่า นายคิม จอง อิล เดินทางไปชมการแข่งขัน
ฟุตบอลระหว่างมหาวิทยาลัยคิม อิล ซุง กับมหาวิทยาลัยเปียงยาง เนื่องในวาระครบรอบ 62 ปี การสถาปนามหา-
วิทยาลัยคิม อิล ซุง ซึ่งตั้งชื่อตามนามของบิดาของ นายคิม จอง อิล ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2537
ซึ่งนับเป็นการปรากฎตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกของผู้นำเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา



เรื่องราวลักษณะเดียวกันนี้ก็ถูกรายงานโดยสำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือด้วย



แต่เครือข่ายโทรทัศน์แห่งชาติ KRT ของเกาหลีเหนือกลับไม่มีการแพร่ภาพผู้นำเกาหลีเหนือกำลังชมฟุตบอล
แต่นำแฟ้มภาพการปรากฎตัวต่อสาธารณชนครั้งก่อนมาออกอากาศแทน



รายงานระบุว่า นายคิม จอง อิล ได้แสดงความยินดีกับทีมฟุตบอลทั้งสองทีมหลังการแข่งขันที่ทีมมหาวิทยาลัยคิม
อิล ซุง ชนะทีมมหาวิทยาลัยเปียงยาง 4 ประตูต่อ 1 โดยไม่ได้ระบุว่า ผู้นำเกาหลีเหนือปรากฎตัวเมื่อใด




เจ้าหน้าที่สหรัฐและเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นายคิม จอง อิล ป่วยด้วยอาการเส้นโลหิตในสมองอุดตัน
อย่างกระทันหันและต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ทางการเกาหลีเหนือปฏิเสธ



เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ที่กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งดูแลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ เปิด-
เผยว่า นายคิม จอง อิล น่าจะปรากฎตัวในช่วง 3 วันที่ผ่านมา




นักวิเคราะห์ในเกาหลีใต้ ให้ความเห็นว่า รายงานดังกล่าวมุ่งแสดงให้เห็นว่า นายคิม จอง อิล ยังคงมีสุขภาพสมบูรณ์
แข็งแรงดีพอที่จะบริหารประเทศต่อไปได้ และมีความสามารถที่จะวินิจฉัยสั่งการในขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับประเด็นที่
สำคัญต่างๆ ซึ่งก็รวมถึงการเผชิญหน้าด้านนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ และมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออก (06/10/51)






จีน:ไม่พบสารเมลามีนในนมผงแล้ว
หน่วยงานควบคุมดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของจีน ประกาศว่า ไม่พบร่องรอยของสารเมลามีนใน
การทดสอบใหม่นมผงที่จำหน่ายภายในประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามหาทางเรียกคืนความเชื่อมั่น
ในผลิตภัณฑ์นมของจีน



คณะกรรมการดูแลคุณภาพตรวจสอบและกักด่านทั่วไป ระบุในเว็บไซต์ของตนว่า การทดสอบนมผงเลี้ยงทารก
จำนวน 129 ชุด และนมผงชนิดอื่นอีก 212 ชุด แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปลอดจากการปนเปื้อนสาร
เมลามีน



คณะกรรมการเปิดเผยว่า การทดสอบล่าสุดนี้ทำกับสูตรนมผงเลี้ยงทารกและนมผงชนิดอื่นๆ ที่ผลิตหลังวันที่ 14
เดือนที่แล้ว เมื่อกรณีอื้อฉาวเรื่องน้ำนมปนเปื้อนสารเมลามีนถูกเปิดโปง เจ้าหน้าที่ตรวจตราและดูแลคุณภาพถูกส่ง
ไปประจำตามแหล่งผลิตนมผงเลี้ยงทารกต่างๆทั่วประเทศ เพื่อดูแลกระบวนการผลิต




คณะกรรมการความปลอดภัยด้านอาหารของจีนกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การทดสอบผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับผู้ใหญ่
ที่ผลิตก่อนวันที่ 14 เดือนที่แล้ว พบสารเมลามีน



ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรของจีนก็เปิดเผยว่า กำลังให้เงินอุดหนุนกับเกษตรกรฟาร์มโคนมของจีนที่ได้รับผล
กระทบหนักจากความต้องการน้ำนมที่ลดลง เกษตรกรฟาร์มโคนมจำนวนมากต้องเทน้ำนมดิบของตนทิ้งเนื่องจาก
ไม่มีคนซื้อ (06/10/51)




หน้าแรก >>>