ขณะที่ทั่วโลกต่างหวั่นวิตกว่าจะเกิดสงครามระหว่างสหรัฐ-อิรัก หวั่นถึงผลกระทบต่างๆที่จะตามมาแต่ผู้นำสหรัฐ
จอร์จ ดับเบิลยู บุช กลับฮึ่มฮึ่มที่จะถล่มอิรักมาหลายครั้งติดเพียงว่ารอมติจากยูเอ็นไม่ว่ามติจะออกมาอย่างไร
สหรัฐก็มีคำตอบอยู่แล้ว เพราะกำลังกว่า 3 แสน พร้อมอาวุธเตรียมพร้อมแล้วที่อ่าวเปอร์เซียเพียงแต่รอคำสั่งบุช
เท่านั้น

นายจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 43 และอดีตผู้ว่าการรัฐเท็กซัส (2537-
2543) เกิดที่เมืองนิวเฮเวน มลรัฐคอนเน็กติกัต เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2489 ปัจจุบันอายุ 57 ปี
เขามักจะถูกเรียกสั้นๆว่า ดับเบิ้ลยู. (W) ที่ย่อมาจากคำว่า วอล์คเกอร์ (Walker) ซึ่งเป็นชื่อกลาง
เป็นบุตรชายคนโตของอดีตประธานาธิบดี (คนที่ 41) จอร์จ เฮอร์เบิร์ต วอล์คเกอร์ บุช และนาง
บาร์บาร่า เพีย
ร์ซ บุช เขาเติบโตขึ้นในเมืองมิดแลนด์ มลรัฐเท็กซัส ที่บิดาของเขาทำงานในธุรกิจ
น้ำมัน พี่น้องท้องเดียวกับเขาก็มีนายเจ๊บ บุช (ปัจจุบันเป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดา) นายนีล,นายมาร์วิน
และนางโคโรธี ส่วนรอบิน น้องสาวอีกคนของเขา เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในเม็ดโลหิต ตอนอายุได้

เพียง 3 ขวบ"bush") เขาสมรสกับ ลอร่า เวลช์ อดีตครูและบรรณารักษ์ห้องสมุด เมื่อปี 2520 ในปี 2524เธอให้กำเนิดลูกสาว
ฝาแฝดคือ บาร์บาร่า กับเจนี่ เขาเข้าศึกษาที่วิทยาลัยฟิลิปส์ แอนโดเวอร์ อันเลื่องชื่อของมลรัฐแมสซาชูสิทท์ส ก่อนจะสอบ
เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเยล มลรัฐคอนเน็กติกัต หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากเยลในปี 2511 เขาก็เดินทางกลับ
มายังเท็กซัส และเข้าร่วมในกองกำลังป้องกันชาติอากาศเท็กซัส (Texas Air National Guard) ในปี 2512 เขาเข้าเรียนต่อ
ที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จนกระทั่งจบปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.) ในปี 2518 ต่อมา เขา
กลับไปยังเมืองมิดแลนด์บ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อตั้งบริษัทสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอิสระของตัวเองขึ้น ซึ่งเขาใช้ชื่อว่า
อาร์บุสโต้ (Arbusto เป็นคำในภาษาสเปนที่แปลว่า "bush")

ขณะที่ดำเนินธุรกิจ นายบุชได้ลงสมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในปี 2521 แต่ก็พ่าย นายเคนท์ แฮนซ์
สมาชิกวุฒิสภาของรัฐเท็กซัส จากพรรคเดโมแคร็ตในช่วงที่ราคาน้ำมันที่ตกต่ำในช่วงต้นทศวรรษหลังปี 2523 กำลังส่งผล
กระทบอย่างหนักต่อสถานะของบริษัทเขา ที่ขณะนี้เปลี่ยนชื่อเป็น "บุช เอ็กซพลอเรชั่น" นายบุชได้ยอมรับข้อเสนอที่จะนำ
บริษัทของเขาไปควบรวมกิจการกับกองทุนด้านการลงทุนน้ำมันแห่งหนึ่งชื่อ "สเปคตรัม เซเว่น" และขึ้นไปรั้งตำแหน่งประธาน
บริษัทใหม่แห่งนี้ในปี 2529 หลังราคาน้ำมันลดลงอย่างฮวบฮาบในฉับพลัน นายบุชเตรียมจะขายสเปคตรัมให้กับบริษัท
ฮาร์เค่น เอนเนอร์จี้ ในราคาต่อรอง แต่ต่อมาเขาตัดสินใจขายหุ้นดั้งเดิมของเขาแทน และสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล

หลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2531 เสร็จสิ้นลงไม่นาน บุชก็ย้ายกลับไปยังเท็กซัส โดยคราวนี้ไปอยู่ที่ดัลลัส ซึ่งเขา
ได้จัดตั้งกลุ่มนักลงทุนที่มั่งคั่งขึ้นกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งก็รวมถึงตัวเขาเองด้วย) และตกลงเจรจาซื้อทีมเบสบอลอาชีพเท็กซัสแรงเย่อร์ส
ในฐานะผู้มีส่วนในการบริหารของทีม ต่อมาในปี2541ทีมเบสบอลของเขาถูกซื้อไปด้วยจำนวนเงินมหาศาลในปี 2537เขาได้
้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐเท็กซัสในเดือนพฤศจิกายน 2541 นายบุชได้กลายเป็นผู้ว่าการรัฐเท็กซัสคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรง
ตำแหน่งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 อีกเป็นเวลา 4 ปี โดยสามารถเอาชนะคู่แข่งด้วยคะแนนเสียงที่น่าประทับใจ 65% ต่อ 35%
และดึงคะแนนเสียงจากคนผิวดำและชนเชื้อสายสเปนมาให้กับพรรครีพับลิกันได้มากเป็นประวัติการณ์

ในเดือนมิถุนายน 2542 นายบุชประกาศเจตนารมณ์อย่างเป็นทางการที่จะสมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ในเดือนกรกฎาคม 2543 บุชประกาศชื่อคู่ชิงรองประธานาธิบดีของเขาคือ นายริชาร์ด หรือดิ๊ค บี.เชนีย์ อดีตสมาชิกรัฐสภาจาก
รัฐไวโอมิ่ง ที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลพ่อของเขาและปัจจุบันทำงานในธุรกิจน้ำมันของรัฐเท็กซัส
บุชกับเชนีย์ได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนของพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ
ในการประชุมแห่งชาติของพรรครีพับลิกันในนครฟิลาเดเฟีย มลรัฐเพนน์ซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม การต่อสู้เพื่อช่วงชิง
ทำเนียบขาวของพรรคเขากับนายกอร์และคู่ชิงรองประธานาธิบดีของเขา คือ นายโจเซฟ ลีเบอร์แมน สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐ-
คอนเน็กติกัต คือหนึ่งในการเลือกประธานาธิบดีที่คู่คี่สูสีที่สุดและมีการโต้แย้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

ในคืนวันเลือกตั้ง คือ วันที่ 7 พฤศจิกายน ทั้งหมดมาตกอยู่ที่รัฐฟลอริด้ากับคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้ง 25 เสียงของรัฐ
ด้วยคะแนนนำที่เฉียดฉิวในรัฐนี้ (แม้ว่าเขาจะตามหลังกอร์ในคะแนนเสียงของประชาชน) บุชได้รับการประกาศในครั้งแรกให้
เป็นผู้ชนะจากเครือข่ายข่าวต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งกอร์ก็ได้โทรศัพท์มายอมรับความพ่ายแพ้ แต่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมื่อ
ผลการนับคะแนนในฟลอริด้าเริ่มคู่คี่สูสีกันขึ้นมา นายกอร์ก็ประกาศยกเลิกการยอมรับความพ่ายแพ้ ขณะที่การนับคะแนนใหม่ได้
เริ่มขึ้น หลัง 5 สัปดาห์ของการต่อสู้ทางกฎหมายที่ซับซ้อนซึ่งยืดขยายต่อไปจนถึงศาลสูงสุดของประเทศ ศาลฎีกาสหรัฐก็
วินิจฉัยชี้ขาดด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 4 ให้ยุติการนับคะแนนใหม่ในฟลอริดา ส่งผลให้มีการประกาศให้บุชเป็นผู้ชนะของรัฐด้วย
คะแนนเสียงเหนือกอร์ 537 เสียง วันที่ 13 ธันวาคม 2543 หนึ่งวันหลังการตัดสินนี้ กอร์ก็ยุติการต่อสู้และหันมาแสดงความ
ยินดีกับบุชในชัยชนะของเขา ขณะเดียวกันคนทั้งสองก็ได้วอนให้ชาวอเมริกันทิ้งความแตกต่างของการถือพวกที่เป็นผลพวง
ของการเลือกตั้งที่ผิดธรรมดาครั้งนี้ไว้เบื้องหลัง ในสุนทรพจน์ครั้งแรกในฐานะว่าที่ประธานาธิบดี บุชยังคงเน้นย้ำในนโยบาย
ร่วมกันของทั้งสองพรรค ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของการหาเสียงของเขา และให้คำมั่นว่าจะเป็นผู้นำของ "ประเทศหนึ่ง" ไม่ใช่
"พรรคหนึ่ง"

นายจอร์จ วอล์คเกอร์ บุช สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 43 เมื่อวันที่ 20 มกราคม
2544


พลเอกซัดดัม ฮุสเซน เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2480 ที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองตีกริต
อยู่ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด สมรสกับ ซาจีด้า ลูกพี่ลูกน้องของเขา มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ ลูกสาว 3 คน ลูกชาย 2 คน ปัจจุบันซัดดัม อายุ 66 ปี

ซัดดัมมาจากครอบครัวยากจนมากตอนเด็กเขาต้องขโมยไข่ขโมยไก่เพื่อให้ครอบครัวมีกิน เขาเรียนรู้
การอ่านหนังสือเมื่ออายุ 10 ขวบ และเขาก็ได้ย้ายมาอยู่กับลุงที่กรุงแบกแดด ซึ่งลุงของเขาเป็นนาย
ทหารในกองทัพอิรักและเป็นผู้รณรงค์เพื่อเอกภาพของชาวอาหรับ พออายุได้ 19 ปี เขาก็ได้เข้าไปมี

บทบาทสำคัญในทางการเมืองโดยสนับสนุนอุดมการณ์เอกภาพอาหรับและเข้าร่วมในพรรคสังคมนิยมอาหรับบ๊าทอีก 3 ปีต่อมา
เขาเข้าไปมีส่วนร่วมในความพยายามลอบสังหารพลเอกอับเดล-คารีมก็อสเซ็ม นายกรัฐมนตรีอิรัก เขาถูกยิงที่ขา และถูกบังคับ
ให้ต้องหลบหนีออกจากประเทศเป็นเวลาหลายปี โดยครั้งแรกเดินทางไปยังซีเรียแล้วต่อมาก็ไปอยู่อียิปต์ระหว่างอยู่ในอียิปต์
เขาได้เข้าศึกษาวิชานิติศาสตร์ และได้รับปริญญาตรีสาขานี้จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยไคโร ในปี 2505 พลเอกซัดดัมได้
เดินทางกลับกรุงแบกแดดในปี 2506 ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคบ็าทได้ปกครองอิรักในช่วงสั้นๆ ช่วงนี้เองที่เขาได้แต่งงานกับซาจีด้า
ลูกพี่ลูกน้องของเขา ที่มีบุตรด้วยกัน 5 คนคือ ลูกสาว 3 คน กับลูกชายอีก 2 คน หลังพรรคบ็าทพ้นจากอำนาจในปี 2506 เขา
ถูกจับและถูกจองจำในปี 2509 เขาหลบหนีออกจากเรือนจำและเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการรัฐประหารเมื่อเดือนกรกฎาคม
2511 ที่นำพรรคบ็าทขึ้นสู่อำนาจจนถึงปัจจุบัน หลังการรัฐประหารพลเอกซัดดัมได้ก้าวขึ้นไปเป็นรองประธานสภาบริหารการ
ปฏิวัติ (Revolutionary Command Council) ในปี 2512 อีก 2-3 ปีต่อมา เขาได้ก้าวขึ้นไปดำรงตำแหน่งสำคัญของพรรค
จนถึงขั้นรองประธานาธิบดี และรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการระดับภาคของพรรคบ็าท

ในฐานะรองประธานสภาบริหารการปฏิวัติ เขาได้ควบคุมดูแลการโอนกิจการน้ำมันของเอกชนมาเป็นของรัฐ และสนับสนุนการ
รณรงค์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งได้สร้างถนน โรงเรียน และโรงพยาบาล จากการที่ครั้งหนึ่งเขาเคย
อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ พลเอกซัดดัมจึงสั่งให้มีการดำเนินงานแผนงานรู้หนังสือแห่งชาติภาคบังคับ แม้แผนงานดังกล่าวจะ
กำหนดว่า ผู้ที่ปฏิเสธจะเข้าร่วมอาจมีโทษจำคุกถึง 3 ปี แต่มีชาวอิรักเพียงไม่กี่แสนคนเท่านั้นที่อ่านออกเขียนได้ อย่างไร-
ก็ตาม ในช่วงนี้อิรักได้สร้างระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดระบบหนึ่งขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้พลเอกซัดดัม ได้
้รับรางวัลจากองค์การการศึกษา,วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้

แต่ในช่วงนี้อีกเช่นกันที่เขาได้เข้าไปมีส่วนในการก่อตั้งหน่วยตำรวจลับต่าง ๆ ขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกวาดล้างกลุ่มที่มี
ีความเห็นขัดแย้งไม่ลงรอยและต่อต้านการปกครองของพรรคบ็าท นอกจากนี้เขายังเข้าไปมีตำแหน่งในกองกำลังติดอาวุธอิรัก
โดยได้รับยศเป็นพลโทในช่วงปี 2516-2519 และได้รับการเลื่อนยศเป็นพลเอกในปี 2519

วันที่ 6 กรกฎาคม 2521 พลเอกอัลบ็าคร์ ประธานาธิบดีลาออก พลเอกซัดดัมจึงขึ้นดำรงตำแหน่งแทนเพียงไม่นานหลัง จากนั้น
เพื่อนสมาชิก 5 คนของเขาในสภาบริหารการปฏิวัติก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาพัวพันในความพยายามก่อการรัฐประหาร เพื่อโค่นล้ม
รัฐบาล และถูกตัดสินประหารชีวิตเกือบจะในทันที พร้อมปรปักษ์ทางการเมืองของเขาอีก 17 คน

ปีต่อมา พลเอกซัดดัมได้เริ่มสงครามกับอิหร่านเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นประเทศที่รัฐบาลแยกศาสนาออกจากการเมืองเพิ่งจะถูกผู้นำ
มุสลิมนิกายชีอะห์โค่นล้ม 1 ปีก่อนหน้านี้ โดยเขามองว่า เขตชายแดนที่เกิดกรณีพิพาทในอ่าวเปอร์เซียแห่งนี้คือแหล่งที่มา
สำคัญของน้ำมันและอำนาจ

ระหว่างช่วงสงคราม เขาใช้ตำรวจลับเป็นเครื่องมือในการบดขยี้กลุ่มต่อต้านภายใน ซึ่งความพยายามเหล่านี้ได้นำไปสู่การใช้
แก๊สพิษโจมตีหมู่บ้านต่าง ๆ ของชาวเคิร์ดในเขตภาคเหนือของอิรักที่พยายามจะแยกตัวเป็นอิสระ

หลังการจนมุมนองเลือดในช่วงท้ายของสงครามระหว่างอิหร่านกับอิรัก พลเอกซัดดัมหันมาสนใจกิจการภายในอีกครั้งเป็นเวลา
2 ปี โดยได้ทำการฟื้นฟูสิ่งที่ได้กลายเป็นกองทัพที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกในเวลาต่อมา

ต่อมาในปี 2533 อันเนื่องมาจากกรณีพิพาทด้านดินแดนและและสิทธิ์ในน้ำมันอีกเช่นกันพลเอกซัดดัมได้สั่งให้มีการรุกรานและ
ยึดครองคูเวต เพื่อนบ้านทางตอนใต้ ก่อนจะประกาศผนวกเข้าเป็นจังหวัดที่ 19 ของอิรัก แต่ในปีต่อมา กองกำลังอิรักในคูเวต
ก็ถูกบดขยี้ลงอย่างย่อยยับและขับออกจากคูเวตโดยกองกำลังระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐ อันนำไปสู่การหยุดยิง โดย
ปราศจากเงื่อนไขของอิรัก และการยอมรับมติบีบบังคับต่าง ๆ ของคณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งก็รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรทาง
เศรษฐกิจและการยอมปลดอาวุธทำลายล้างสูงต่าง ๆ ของอิรัก

แม้ชาวเคิร์ดในเขตภาคเหนือและชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในเขตภาคใต้จะพยายามถือโอกาสจากความอ่อนแอของพลเอกซัดดัม
จากสงครามอ่าวเปอร์เซียลุกฮือขึ้นมาเป็นใหญ่ แต่อำนาจการปกครองอันยาวนานของเขาที่ยังไม่บุบสลาย และความสามารถ
อันยอดเยี่ยมของเขาในการดึงกองทัพให้มาสนับสนุน ก็ทำให้เขาสามารถปราบปรามการลุกฮือและการก่อกบฏลงได้อย่าง
ราบคาบ และนับแต่นั้นมา เขาก็มีอำนาจเหนืออิรักมาตลอด และประกาศตนว่าเป็นผู้ปกป้องประเทศจากการรุกราน และขู่-
่คุกคามของเหล่าศัตรูและผู้รุกรานอิรักต่าง ๆ ซึ่งก็รวมถึงจักรวรรดินิยมอังกฤษ และอเมริกา