วิบากกรรม "ชลอ เกิดเทศ"
 
ในที่สุดศาลอาญาก็ได้พิพากษาจำคุก พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการกรมตำ-
รวจเป็นเวลา 7 ปี จากคดีอาถรรพ์เพชรซาอุฯ เมื่อเช้าวานนี้ 14 กุมภาพันธ์ ในความผิด 3 ข้อหาคือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ,หน่วงเหนี่ยวกักผู้อื่นทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพและความ
ผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.อาวุธปืน
โดยคดีดังกล่าวนั้นจำเลยซึ่งเป็น
พนักงาน ตำรวจในขณะนั้นได้ใช้
อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ควบ
คุมนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ผู้ต้อง
หาร่วมกันขโมยเพชรของเจ้าชาย
ไฟซาล บินฟาฮัด อับดุลลาร์ชิด
แห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย ไป
ทำการหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อ
สอบถามถึงเพชรที่สูญหายไป
ย้อนหลังจากวันนี้ไป 7 ปี การตายของสองแม่
ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ นางดาราวดี และด.ช.
เสรี ที่ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมก่อนที่จะนำศพ
มาจัดฉากให้ดูคล้ายประสบอุบัติเหตุภายในรถ
เบนซ์ที่จอดอยู่ข้างทางบนถนนมิตรภาพ ต.ตาล
เดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อคืนวันที่ 1สิงหา
คม 2537 ซึ่งผู้ตายทั้งสองเป็นภรรยาและลูก
ของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ หนึ่งในพยานสำคัญ
ที่รู้เห็นที่มาที่ไปของเครื่องเพชรราชวงศ์ซาอุดิ
อาระเบีย ที่นายเกรียงไกร เตชะโม่งโจรกรรม
หอบกลับมา

ครั้งนั้นพล.ต.ท.ชะลอ เกิดเทศ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ถูกตำรวจด้วยกันจับ
กุมระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพร้อมทีมสังหารรวม 13 คน และส่วนใหญ่ยอมรับสารภาพให้การซัด
ทอดพล.ต.ท.ชลอ ด้วยเหตุผลที่ว่า เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากความพยายามค้นหาเบาะแสเครื่อง
เพชรอาถรรพ์ราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย โดยเชื่อว่านอกจากจะมีบางส่วนอยู่ในความครอบครองของ
นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ แล้วนายสันติ ยังน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การติดตามหาโคตรเพชร 12.5 กะรัต บลูไดมอนด์ ที่ทางการซาอุดิอาระเบียต้องการจะนำกลับคืน จึงนำมาสู่วิธีการสืบสวน
นอกระบบ โดยการอุ้มภรรยาและลูกของนายสันติไปกักขังไว้ที่ไร่แห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว เพื่อการ
ต่อรองนานถึง 1 เดือน แต่สุดท้ายเกิดความผิดพลาดทำให้ต้องฆ่าภรรยาและลูกของนายสันติ ทิ้ง
ก่อนเรื่องทั้งหมดจะถูกเปิดโปง

พล. ต.ท.ชะลอ เกิดเทศ เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2481 เป็นบุตรชายของ พ.ท.แช่มและนางทองคำ เกิดเทศ เป็นคนกรุง -
เทพจบมัธยมที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ จากนั้นไปเรียนเตรียมทหารรุ่น 17 ก่อนแยกเหล่ามาเรียนโรงเรียนนายตำรวจรุ่น 15 แต่
จบจริง รุ่น 16 ติดยศ ร.ต.ต. ที่สน.นางเลิ้ง ย้ายไป อยู่ จ.พังงา ,จ.หนองคาย แล้วติดยศ ร.ต.อ.ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จาก
นั้นเลื่อนยศเป็น พ.ต.อ. ที่จ.ตาก , จ.ลพบุรี และกลับเข้ากรุงเทพ ในตำแหน่ง รอง ผบก.ป. ก่อนขึ้นครองยศ พล.ต.ต. ที่ จ.
พิษณุโลก ได้ฉายาว่า "สิงห์เหนือ"

จัดเป็นตำรวจมือปราบประเภทบู๊ล้างผลาญคนหนึ่ง มีส่วนสำคัญในการคลี่คลายคดีโด่งดัง เช่น คดีฆ่า "เสี่ยฮวด" มือขวาเจ้า
พ่อใหญ่เมืองชลบุรี,คดีฆ่านายกำธร ลาชสโรจน์ ส.ส.ปัตตานี ช่วงหลังมีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าทุจริตคอรัปชั่นไปยัง ป.ป.ป. ทว่าก็เอาผิดไม่ได้ แต่เขาถูกย้ายเข้ากรุเป็นผู้ช่วย ผบช.ศึกษา ก่อนได้รับการแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร รมว.
มหาดไทยขณะนั้นให้เป็น 1 ใน 4 ชุดเฉพาะกิจ
กลับมาโด่งดังและตกอับอีกครั้งกับผลงานเดียวกันคือ การจับนายเกรียงไกร เตชะโม่ง พร้อมยึด
เพชรของกลางกลับมาได้จำนวนมากแต่ในที่สุดกลับถูกกล่าวหาว่าวางแผน อุ้มฆ่าสองแม่ลูก
ตระกูล "ศรีธนะขัณฑ์" พล.ต.ท.ชลอ อยู่ในคุกตั้งแต่ปี 2538 รวม 7 ปี และถ้าไม่ติดอีก 2 คดีคือ คดีอุ้มฆ่านางดาราวดีและ ด.ช.เสรี และคดียักยอกเพชรของกลางก็จะได้รับปล่อยตัวทันทีทว่า พล.ต.ท.ชะลอ ยังไม่ได้รับการประกันตัว จึงต้องถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำต่อไป