กลายเป็นประเด็นร้อน ขึ้นมาหลังจากที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เจ้าของสถานอาบอบนวดชื่อดังหลายแห่งใน
กทม. ผู้ต้องหาคดีบุกรื้อถอนบาร์เบียร์ ถนนสุขุมวิท ซอย 10 และเป็นธุระจัดหาหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ค้าประเวณี
ออกมาดับเครื่องชน กล่าวอ้างผ่านสื่อมวลชนว่า เคยจ่ายสินน้ำใจให้ตำรวจบางกลุ่มเป็นกระสอบ นาฬิกาโรเล็กซ์
เป็นถาด เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจอาบ อบ นวด ในเครือเดวิสกรุ๊ป ถึงเดือนละ 12 ล้านบาท

การออกมาเปิดโปงของชูวิทย์ ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาลเจ้าของพื้นที่ที่ธุรกิจของ
ชูวิทย์ตั้งอยู่ทั้งหมด

ชูวิทย์เปิดแถลงข่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กรณีเขาตกเป็นจำเลยและ
ตั้งข้อกังขาว่าทำไมตำรวจต้องรื้อป้ายมูลนิธิต้นตระกูลกมลวิศิษฏ์ที่ติดตามป้อม
ตำรวจ 70 แห่งทั่วกรุงเทพฯทั้งที่มูลนิธิได้บริจาคตามคำขอถึง 21 ล้านบาท
และชูวิทย์ได้อ้างว่าจ่ายเงินให้ตำรวจบางกลุ่มมาตลอดแต่ละเดือนต้องจ่ายถึง

12 ล้านบาทจากสถานอาบอบนวดที่มีอยู่6แห่งแห่งละ 2 ล้านบาท ทั้งยังอ้างชื่อย่อ"รองผู้การ จ." ว่าเป็นผู้ขอ
จับกุมเขาในคดีรื้อบาร์เบียร์เพื่อขอเป็นผลงานและยังอ้างว่านอนคุกมา 1 เดือน จ่ายไป 3 แสนบาทแลกความสบาย
ในระหว่างถูกคุมขัง

ทางด้านตำรวจนครบาล ผบ.ชน. ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงพร้อมมีคำสั่งผบก.น.
1 -9 ตรวจสอบด่วนโดยเฉพาะ บก.น.1 บก.น.2และบก.น.4 เพราะมีกิจการของชูวิทย์ตั้งอยู่ หากตรวจสอบข้อเท็จ-
จริงแล้วว่า ชูวิทย์กุข่าวทำภาพพจน์ตำรวจเสียหายจะฟ้องทันที

ขณะที่พ.ต.อ. จตุรงค์ ภุมรินทร์ รองผู้การตำรวจนครบาล 5 ก็ออกมาปัดว่าไม่รู้ว่า"รองผู้การ จ." คือใครและไม่เคย
กินข้าวกับใครที่ไม่รู้จัก หากพาดพิงถึงจะฟ้องไม่เลี้ยง

ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหลายหน่วยงานอยู่นั้นคืนวันที่ 9 ก.ค.
นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์เพื่อนสนิทของนายชูวิทย์เข้าร้องเรียนตำรวจเกรงว่าเพื่อน
จะถูกอุ้ม ต่อมาเช้าวันที่ 10 ก.ค. ภรรยานายชูวิทย์เข้าแจ้งความสามีหายที่
สน.ห้วยขวาง

การหายตัวไปของนายชูวิทย์ ทางตำรวจเชื่อว่าเป็นการกุข่าวขึ้นมา เพื่อหวังผลทาง
คดี นายกฯ ทักษิณก็ให้ความเห็นว่าเชื่อว่าไม่มีใครอุ้มคาดว่าคงหนีไปกบดาน หลัง-

เปิดข้อมูลฉาว คงหวั่นเรื่องความปลอดภัยขณะเดียวกันก็เห็นใจอาจ"ให้ส่วยจริงแต่สินบนคงไม่มีหลักฐานสู้กัน
ในศาลคงยากยืนยันไม่มีปัญหาหากนายชูวิทย์จะมาพบมอบข้อมูล

กลางดึก วันที่ 11 ก.ค. สองคนผัวเมียคนขับรถบรรทุกก็พบนายชูวิทย์ในอาการ
สะลึมสะลือ ที่ทางมอเตอร์เวย์ และนำส่งตำรวจสน.ลาดกระบัง ทางตำรวจได้
ตามตัวภรรยาพาส่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ข่าวการพบตัวนายชูวิทย์แล้ว
ผบ.ตร. ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า"บอกแล้วไม่มีใครอุ้มหายไปไหน" เชื่อว่าที่
เหมือนคนเมาสะลึมสะลือก็แค่คนอดนอนเครียด

การหายตัวไปของชูวิทย์มีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้หลายประการว่า 1. เป็น
การสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเองเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ 2. ถูกอุ้มไปจริงเพ
ื่อ
สั่งสอน โดยผู้ได้รับความเสียหายจากการแฉส่วย 3. อุ้มไปเพื่อดิสเครดิตตำรวจเพราะคนกลุ่มนี้รู้ว่าหากเกิดอะไรขึ้น
กับชูวิทย์ตำรวจตกเป็นจำเลยที่ 1 ของสังคมทันที

ทางด้านชูวิทย์พออาการดีขึ้นก็เปิดแถลงข่าวสวนหมัดผบ.ตร.ที่ไม่ยอมสอบสวน
เรื่องที่ถูกอุ้มกลับกล่าวหาว่ากุข่าวขึ้นมา ชูวิทย์อ้างว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มไป
กักตัวไว้ 2 วันก่อนจะปล่อยตัวมา และอ้างว่าบัญชีรายชื่อส่วยได้มอบให้ผู้ใหญ่
ที่นับถือไว้แล้ว เพื่อเป็นหลักประกันชีวิต ก่อนออกจาก ร.พ.นาย ชูวิทย์ก็ได้นัด
จะแถลงข่าวอีกครั้งในวันที่ 16 ก.ค. เพื่อเปิดโปงบัญชีรายชื่อตำรวจที่รับส่วย
นายกฯก็ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและ พ.ญ. คุณหญิงพรทิพย์ เข้ามาตรวจสอบ
คดีนี้แล้ว

นายชูวิทย์เป็นใครถึงได้หาญกล้ามาแฉเรื่องส่วย จนเป็นเรื่องใหญ่โตอยู่ขณะนี้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เกิด 29 ส.ค.
2504 ในครอบครัวจีนย่านเยาวราช ทำธุรกิจผู้นำเข้ากางเกงยีนยี่ห้อ"ฮาร่า" กลุ่มเพื่อนจะรู้จักในชื่อ"เดวิส" จบ
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยซานดิเอโกสหรัฐ
อเมริกา กลับจากอเมริกามาช่วยกิจการทางบ้านไม่นานก็แยกตัวมาตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อภาติฌาณ และ
ซี.ดี. แลนด์ จำกัด หลังจากปี2533 ได้ หันไปจับธุรกิจบันเทิงอาบอบนวดเริ่มจากวิคตอเรีย ซีเครต ย่านพระราม 9
ที่รับลูกค้าวีไอพีโดยเฉพาะ ธุรกิจเฟื่องฟูก็ได้ขยายตามมาอีกหลายแห่งทั้ง เอ็มมานูเอล ,ไฮคลาส,โคปา คาบาน่า ,
ออนโนลูลู และบาร์บาร่า ต่อมาขยายธุรกิจสร้างโรงแรมเดอะเดวิส ชูวิทย์เป็นคนค่อนข้างปิดตัวเองเป็นคนเรียบง่าย
แต่งตัวปอนๆ ใส่แว่นตากรอบดำอันใหญ่ไว้ผมยาวประบ่าไม่เหมือนมหาเศรษฐีพันล้านแต่อย่างใด

..จับตาดูต่อไปว่า อนาคต ชูวิทย์ จะไปในทิศทางใด และเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในวงการสีกากี..