คูเซย์ ฮุสเซน เป็นหนึ่งในจำนวนบุคคลที่ผู้นำสหรัฐประกาศเส้นตายให้ลี้ภัยออกจากอิรักภายใน
48 ชั่วโมงก่อนสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรักจะเกิดขึ้น เขาเป็นบุคคลอันตรายสำหรับสหรัฐ
เพราะเขาคือผู้บัญชาการกองกำลังรีพับลีกันการ์ด ซึ่งเป็นกองกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงของอิรัก


คูเซย์เป็นบุตรชาย 1 ใน 2 คนของซัดดัม ฮุสเซนเป็นน้องชายของอูเดย์ ฮุสเซ็น คูเซย์เขาถูกวาง
ตัวให้เป็นผู้สืบทอดอำนาจจากพ่อและครั้งนี้เขาต้องรับภาระหนักในการรับมือกับการโจมตีของ
สหรัฐโดยซัดดัมให้คูเซย์รับผิดชอบดูแลพื้นที่แบกแดดติตริต 1ใน 4 เขตที่ซัดดัมประกาศเป็นเขต
ตอบโต้กองกำลังพันธมิตร ซึ่งเขตแบกแดดติตริตเป็นฐานสำคัญและพื้นที่บัญชาการรัฐบาลอิรัก

แต่เดิมเขาไม่ค่อยแสดงบทบาททางการมืองพอได้รับการวางตัวเป็นผู้สืบทอดอำนาจคูเซย์ค่อยๆออกมาแสดงบทบาทปรากฎ
ตัวต่อสาธรณะมากขึ้นติดตามผู้เป็นบิดาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและผู้นำทหารโดยเขามักจะนั่งอยู่ข้างๆซัดดัมระหว่างประชุมจะ
ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรมากนอกจากจดคำพูดของซัดดัมเวลาเจอหน้าซัดดัมสิ่งแรกที่เขาทำคือก้มหน้าจูบมือซัดดัม

ปัจจุบันคูเซย์เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรีพับลิกันการ์ด(พิทักษ์สาธารณรัฐ)ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรองและกองกำลังพิเศษรีพับ-
ลิกันการ์ดที่มีภารกิจในการรักษาความมั่นคงให้แก่ซัดดัมดูแลอาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ในอิรักหน่วยงาน 3 หรือ 4 แห่งของหน่วยงาน
ข่าวกรองทั้งหมด 8 แห่งอยู่ภายใต้การดูแลของคูเซย์ด้วยภาระกิจและตำแหน่งหน้าที่ทำให้คูเซย์กลายเป็นบุคคลที่มีอำนาจ
มากที่สุดอันดับสองรองจากซัดดัม

ในเดือนพฤษภาคม 2544 คูเซย์ได้รับเลือกเป็น 1 ในผู้บัญชาการกลาง18 นายในพรรคบาธและได้รับเสนอให้ดำรงตำแหน่ง
รองผู้บัญชาการทหารของพรรคบาธ

คูเซย์ขึ้นชื่อว่าโหดพอๆกับซัดดัมเขามักแก้ปัญหาทางการเมืองและปรามปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างโหดเหี้ยมถึงตายเพื่อเป็นการ
ปกป้องและรักษาอำนาจของซัดดัม

และเขาเป็นบุคคลที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษต้องการฟ้องศาลดำเนินคดีโทษฐานอาชญากรสงครามช่วงอิรักบุกคูเวตในปี
2533-2534