แซจิโอ้ วีเอร่า เดเมลโล ตัวแทนทูตพิเศษยูเอ็นประจำอิรักวัย 55 ปี นับได้ว่า เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดด้านการทูต
ที่ทำงานให้กับองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็นมานาน 33 ปีและด้วยประสบการณ์ความสามารถและผลงานที่โดดเด่นของ
เขาทำให้หลายคนกล่าวขานกันว่า เราอาจจะได้เห็นเขานั่งเก้าอี้เลขาธิการแห่งสหประชาชาติในอนาคตก็เป็นได้

ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านการทูตทำให้นายโคฟี่ อันนาน เลขาธิการแห่งสหประชาชาติไม่ลังเลที่จะตัดสินใจให้
วีเอร่า เดเมลโลดำรงตำแหน่งตัวแทนทูตพิเศษประจำอิรัก วีเอร่า เดเมลโล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรตำแหน่งดังกล่าวเมื่อ
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและหน้าที่สำคัญก็คือปกป้องผลประโยชน์ของชาวอิรักที่ ขณะนี้อยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลัง
ชาติพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ

สามสัปดาห์ก่อน วีเอร่า เดเมลโลเคยแถลงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติถึงภัยคุกคามด้านความมั่นคงในอิรัก
ที่ยังคงน่าเป็นห่วงและว่า เจ้าหน้าที่สหประชาชาติในอิรักจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีที่ง่าย หากมีกลุ่มบุคคลใดคิดจะ
ทำเช่นนั้น แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า วีเอร่า เดเมลโล จะตกเป็นเป้าหมายและจบชีวิตก่อนที่จะหมดภาระกิจในอิรักที่กำหนด
ไว้ 4 เดือน

วีเอร่า เดเมลโลเป็นชาวบราซิลเกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคมปีพ.ศ.2491 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร จบการศึกษาด้านปรัชญาและ
มนุษยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซอร์กบอร์นของฝรั่งเศส ก่อนที่จะมาทำงานในองค์การสหประชาชาติ ด้วยความสามารถใน
การใช้วาทะด้านการเจรจาและเป็นผู้ลงมือปฏิบัติงานอย่างแท้จริงของวีเอล่า เดเมลโลทำให้เขาสามารถสร้างผลงานที่
โดดเด่นให้กับสหประชาชาติมาหลายต่อหลายครั้ง วีเอล่า เดเมลโล มักจะถูกส่งไปปฏิบัติภาระกิจและเข้าไปแก้ไขปัญหา
ความขัดแย้งในพื้นที่ที่เกิดเหตุนองเลือดในหลายประเทศตลอดจนฟื้นฟูประเทศเหล่านั้นหลังสิ้นสุดความขัดแย้ง

งานส่วนใหญ่ของวีเอล่า เดเมลโลมักจะเกี่ยวข้องกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอชซีอาร์
ทั้งในนครเจนีวาและอีกหลายประเทศไม่ว่าจะที่บังคลาเทศในช่วงที่แยกตัวเป็นเอกราช เมื่อปี 2514 จากนั้น 3 ปีต่อมาก็
เข้าไปปฏิบัติภาระกิจในไซปรัสในช่วงที่ถูกตุรกียึดครอง

วีเอล่า เดเมลโล ยังช่วยงานให้กับยูเอ็นเอชซีอาร์ไปตลอดอีก 3 ปีในโมซัมบิคช่วงที่เกิดสงครามกลางเมืองหลังแยก
ตัวเป็นเอกราชจากโปรตุเกสในปี 2518 รวมทั้งในเปรู ก่อนที่จะมาเป็นที่ปรึกษาอาวุโสทางการเมืองให้กับกองกำลัง
ชั่วคราวยูเอ็นในเลบานอนระหว่างปี 2524 ถึง 2527 ช่วงที่ถูกอิสราเอลยึดครอง

ช่วงกลางทศวรรษ 1990 หลังจากที่เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา วีเอล่า เดเมลโล ยังได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ประสาน-
งานด้านมนุษยธรรมในดินแดนดังกล่าว จากนั้นก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองคณะกรรมการผู้ลี้ภัยก่อนที่จะเดินทางไป
โคโซโวในฐานะตัวแทนพิเศษของนายอันนาน

ผลงานของวีเอร่า เดเมลโล ที่นับว่า ประสบความสำเร็จสูงสุดคือเมื่อปี 2543 ในฐานะผู้นำปฏิบัติการของยูเอ็นในติมอร์
ตะวันออกโดยเขาถูกส่งไปหลังจากที่อินโดนีเซียถอนกำลังออกจากพื้นที่ขัดแย้งดังกล่าว และเป็นผู้ดูแลการถ่ายโอน
อำนาจจนมีการเลือกตั้งอย่างสันติ ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาครั้งประวัติศาสตร์ที่นายซานาน่า กุสเมา ผู้นำการเรียกร้องการแยกตัว
เป็นเอกราชได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีประเทศเกิดใหม่อย่างติมอร์ ตะวันออก

ปี 2545 วีเอร่า เดเมลโลก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้าคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติสืบต่อจากแมรี่ โรบินสัน
ก่อนที่จะไปปฏิบัติภาระกิจสำคัญในอิรัก ดินแดนแห่งความขัดแย้งที่ไม่มีใครรู้ว่าจะสิ้นสุด เมื่อใดและต้องมาจบชีวิตขณะ
ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อชาวอิรัก คำพูดสุดท้ายที่วีเอร่า เดเมลโลให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะจบชีวิตกับหนังสือพิมพ์บราซิลฉบับวันจันทร์
เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักในภาระกิจอันยิ่งใหญ่ในอิรักโดยเขาได้กล่าวแสดงความเห็นใจชาวอิรักที่ต้องรู้สึกเจ็บ
ปวดที่สุดที่ต้องเห็นกองกำลังต่างชาติเข้ามายึดครองดินแดนบ้านเกิดของตนเอง