นายเกษม รุ่งธนเกียติ สมาชิกวุฒิสภา จ. สุรินทร์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์ตาม
มามากมายเขาให้เหตุผลในหนังสือลาออกว่า "จากการติดตามการทำงานของรัฐบาลชุดนี้มา 2 ปี รัฐบาลขยันและ
ตั้งใจกันมากแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กลับคืนมาได้อย่างเข้มแข็งและเติบโตอย่างต่อเนื่องลดค่าใช้จ่ายในการดำรง
ชีวิตของประชาชนเช่นโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรคธนาคารประชาชน กองทุนหมู่บ้าน และพักหนี้เกษตรกร
สร้างบ้านเอื้ออาทรให้คนจนมีบ้านเป็นของตนเองปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสัมฤทธิ์ผล รวมถึงนโยบายอื่นๆอีกมาก บัดนี้เชื่อและศรัทธาในวิธีคิดและการแก้ปัญหาของรัฐบาล ทำให้กระผม
ไม่สามารถทำหน้าที่ทางการเมืองและตรวจสอบการบริหารราชการของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของ
รัฐธรรมนูญได้อย่างสมบูรณ์ด้วยสำนึกทางการเมืองผมจึงขอลาออกจากการเป็นวุฒิสภา"

การลาออกของนายเกษมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเกษมเคยลาออกจาก ส.ส. พรรค
ความหวังใหม่กลางสภามาแล้วขณะที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลนายชวน
หลีกภัย ด้วยเหตุผลว่า ไม่สามารถทนรับสภาพเผด็จการรัฐสภาที่มีพรรคประชาธิปัตย์
เป็นแกนนำได้แต่เหตุผลแท้จริงคือเขาตั้งใจจะไปลงสนามเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา
8 ปีผ่านไปเกษมก็อยู่ในฐานะวุฒิสมาชิก

การลาออกจากวุฒิสมาชิกครั้งนี้ของเขาถูกวิพากวิจารณ์ว่าเตรียมตัวเพื่อที่จะไปเป็น
สมาชิกพรรคไทยรักไทยทำให้ต้องเสียงบประมาณในการเลือกตั้งสว.ใหม่ประมาณ
20 ล้าน และเป็นผู้จุดชนวนสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอีกเหตุผลหนึ่ง คือ
การกลับไปรวมตัวกันใหม่อีกครั้งของอดีตส.ส.กลุ่ม 16 ในอดีต

ในอดีตเกษมเป็นหนึ่งในส.ส.กลุ่ม16 ที่มี สมพงษ์ อมรวิวัฒน์เป็นแกนนำเคยมีผลงานล้มรัฐบาลประชาธิปัตย์เรื่อง
สปก.4-01 มาแล้วและยังเป็นนักกฎหมาย และมีความเชี่ยวชาญด้านการเงินการคลังเป็นคนที่เสียงดังกล้าได้กล้า
เสียเกษม เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2501 อยู่บ้านเลขที่ 49-51 ถนนเทศบาล 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง
จังหวัดสุรินทร์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2529 ,2535/2 ,2538 และ 2539 กรรมาธิการสามัญ การคลัง
การธนาคารและสถาบันการเงินการต่างประเทศ กรรมาธิการวิสามัญแก้ไขอัตราศุลกากรรวมหรือยุบเลิกทุนศุลกากร

"คำวิพากษ์วิจารณ์ในครั้งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า นายเกษมทำเพื่อใคร"



บอร์ดแสดงความคิดเห็น
Click