" ก ฤ ษ ณี
...
เ ย พิ ทั ก ษ์ "
อ ธิ บ ดี ห ญิ ง ศ า ล อ า ญ า ค น แ ร ก
คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)ได้มีมติเห็นชอบให้
นางกฤษณี เยพิทักษ์
รอง
อธิบดีศาลอาญาขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีศาลอาญา นับได้ว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับ
เลือกเป็นอธิบดีศาลอาญา ตำแหน่งบริหารที่มีอำนาจสูงสุดในศาลอาญา มีอำนาจหน้าที่
รับผิดชอบคดีได้ทั่วราชอาณาจักร
เธอบอกว่างานอาชีพผู้พิพากษาไม่ใช่อาชีพที่เคยใฝ่ฝัน แต่บังเอิญสอบติดคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 2517 ในระหว่างที่เรียนก็รู้สึกว่าสายนิติศาสตร์เป็นสายอาชีพ จบไปแล้วต้องมีงานทำแน่นอน นับว่าเป็นจุดเริ่มที่จะหันเข้ามาสู่วงการนักกฎหมาย
หลังจากจบนิติศาสตรบัณฑิตได้เข้าทำงานที่สำนักงานกรมคุมประพฤติ ในตำแหน่งนิติกรพร้อมกับสอบเนติบัณฑิตไปด้วย
เมื่อได้เนติบัณฑิตแล้วก็สอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา พอสอบได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ตั้งปณิธานไว้กับตัวเองว่า
"จะต้อง
เป็นผู้พิพากษาที่ดีและยึดถือมาจนทุกวันนี้"
จากนั้นก็ไปทำงานที่ศาลต่างจังหวัด 15 ปีจึงย้ายเข้ามาทำงานในกรุง
เทพฯ ทำงานบริหารไม่ว่าจะเป็นศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลแพ่ง และศาลอาญาเป็นรองอธิบดีศาลอาญาด้วย
วัย 48 ปี ที่พ่วงด้วยปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์จากสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์
การเป็นผู้พิพากษาหญิงนั้นไม่เคยเป็นอุปสรรคในการทำงานของเธอเลยแม้แต่น้อยที่ผ่านมาก็ได้รับ
การยอมรับดีเพราะงานบริหารที่ทำอยู่ไม่ใช่งานที่ต้องออกคำสั่งตุลาการทุกท่านมีอิสระในการทำงาน
พิพากษาคดีประกอบกับที่ตัวเธอเองเป็นคนบุคคลิกนิ่งๆใช้ชีวิตเรียบๆเลยไม่มีปัญหาอะไร
และช่วงที่เป็นผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์พิจารณาตัดสินคดีก็ไม่เคยใช้ความรู้สึกส่วนตัวที่เป็นผู้หญิง
ให้มีผลต่อการตัดสินคดีคดีไหนที่พยานหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยผิดจริงเห็นว่าสมควรได้รับโทษแม้
โทษจะหนักเพียงใดเมื่อกฏหมายกำหนดไว้ก็ต้องตัดสินตามกฏหมายคงไปใจอ่อนไม่ได้เมื่อเป็นผู้
พิพากษาก็ต้องตัดสินไปตามกฎหมาย ...
หลังได้รับตำแหน่งอธิบดีศาลอาญา สิ่งแรกที่จะรีบทำคือการผลักดันและสานต่อโครงการพิจารณาคดีต่อเนื่องครบองค์คณะ
ให้สำเร็จต่อไปเพราะที่ผ่านมามีปัญหามากแต่ต้องยอมรับว่าเป็นผลดีต่อประชาชนจึงต้องการให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป
ให้สมเจตนารมณ์กฏหมาย