" ม ะ ติ น วิ น " นั ก ป ลุ ก ร ะ ด ม รั ก ช า ติ พ ม่ า

ผู้หญิง วัย 62 ปี ที่ สร้างความไม่พอใจแก่คนไทยและ กองทัพ เป็นอย่างมาก ด้วยการเขียน
บทความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟ
เมียนมาร์ ฉบับวันที่ 28, 29 พฤษภาคม 2545 เธอผู้นี้มีอคติต่อประเทศไทย เธอจึงเขียนบท
ความโจมตีประเทศไทยทางหนังสือพิมพ์นิวไล้ออฟเมียนมาร์มาตลอดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

ทั้งที่มะ ติน วิน เคยเข้ามาศึกษาดูงานการจัดการศึกษาในโรงเรียนของไทยระดับประถมและ
มัธยมศึกษาทั้งที่กรุงเทพฯ ชลบุรี และพิษณุโลกระหว่างวันที่ 1-14 มิถุนายน 2540 เป็นเวลา
2 สัปดาห์โดยรัฐบาลไทยออกค่าใช้จ่ายผ่านกรมวิเทศสหการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีเจ้า -
หน้าที่กระทรวงศึกษาคอยอำนวยความสะดวก

และหลังจากที่กองทัพได้ออกมาตอบโต้บทความของเธอโดยการตอบโต้ทั้งทางสื่อวิทยุโทร
ทัศน์ อินเทอร์เน็ต และยื่นหนังสือประท้วงต่อทูตทหารของพม่าแล้วนั้นเมื่อค่ำวันที่ 27มิ.ย.
เธอได้ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุBBCประเทศอังกฤษว่าเหตุผลที่เขียนบทความโจมตีประ
เทศ
ไทยเพราะที่ผ่านมาสื่อของไทยก็โจมตีประเทศพม่ามาโดยตลอดดังนั้นเธอจำเป็นต้องเขียน
เพื่อชี้แจงตามความจริงและการเขียนบทความของเธอก็ไม่ได้มีใครบังคับเขียนไปด้วยน้ำใจรัก
ชาติคงจะเขียนต่อไปไม่หยุดโดยไม่สนใจคำขู่ใดๆทั้งสิ้น

เดิม มะ ติน วิน มีชื่อว่า "ติน วิน" ด้วยสำเนียงออกเป็นชื่อผู้ชายจึงได้นำคำว่า "มะ" ภาษา
พม่าหมายถึงผู้หญิงใส่นำหน้าชื่อและใช้นามปากกา"มะ ติน วิน"

นาง มะตินวิน เกิดเมื่อปีค.ศ. 1940 ที่เมืองมะเกว ในหมู่บ้านชนบทเสี่ยงพยู่จูน เริ่มเรียน
หนังสือชั้นประถมที่เมืองเย่หนังชอง จบมัธยมปลายปี ค.ศ. 1956 และสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้ในปี ค.ศ. 1961 จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยร่างกุ้ง สาขา ศิลปศาสตร์ซึ่งพม่ามี 2 สาขา คือวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์
หลังจบปริญญาตรี และปริญญาโท ด้านการศึกษา จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน มะตินวิน ออกไปสอนหนังสืออยู่ 2ปีที่เมือง
เย่หนั่งชองจนได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลพม่าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่ประเทศรัสเซียเป็นเวลา 5 ปี จึงได้สำเร็จ
ปริญญาเอกด้านการสอนเมื่อปี 1970

จากนั้นมะตินวิน ทำงานเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยการศึกษาร่างกุ้งเรื่อยมามีความถนัดและเชี่ยวชาญวิธีการสอนวิชา
ประวัติศาสตร์ทั้งที่ไม่ได้จบด้านประวัติศาสตร์แต่คลุกคลีอยู่ในวงการประวัติศาสตร์โดยนำงานประวัติศาสตร์พม่าไปใช้ใน
การเรียนการสอนเยาวชนมะตินวินเริ่มต้นเขียนบทความปีค.ศ. 1968 กระทั่งปี 1984 เข้าสู่วงการนักเขียนเต็มตัว และปี
ค.ศ. 1992 เริ่มมีผลงานเป็นรูปเล่มทะยอยออกมาทุกๆปีมีความโดดเด่นก็เพราะมีแนวเขียนด้านการส่งเสริมการปรองดอง
ของคนในชาติ เธอถนัดสอนวิชาประวัติศาสตร์ทั้งที่ไม่ได้จบด้านประวัติศาสตร์แต่ได้คลุกคลีวงการประวัติศาสตร์และเก่ง
ในด้านการนำประวัติศาสตร์พม่ามาใช้ในการอบรมสั่งสอนเยาวชน