เป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ พันเอก (พิเศษ) ประจักษ์ สว่างจิตร ปลิดชีพตัวเองในห้องน้ำ ภายในบ้านพักตัวเองย่านพหลโยธิน เมื่อเช้าวันที่ 10 กันยายน ตำรวจพบจดหมายลาตายระบายความ
ในใจถึงโรคประจำตัวที่ไม่สามารถรักษาหายได้และยืนยันว่าเป็นการกระทำของตัวเอง


พ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์ สว่างจิตร หรือผู้การประจักษ์ จบจากโรงเรียน
นายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ (จปร.) หลักสูตรเวสปอยท์ รุ่นที่ 7 ซึ่งได้
รับฉายาว่า "ยังเติร์ก" พ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์ เป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญ
ของนายทหาร จปร.7 พ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์ เป็นนักรบอาชีพผ่านการ
รบมาอย่างโชกโชนในสมรภูมิอินโดจีนทั้งในเวียดนาม กัมพูชา ลาวเป็น
ทหารที่ดุดัน เอาจริงเอาจังพร้อมตอบโต้การกระทำของทหารกัมพูชาที่
ล่วงละเมิดอธิปไตยของไทย จนเพื่อนในรุ่นเรียกว่า"นักรบบ้าดีเดือด"
ส่วนทหารและชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชาตั้งให้ว่า"วีรบุรุษตาพระยา"
แม้จะเป็นคนมุทะลุ ดุดัน แต่รักพวกพ้อง พ.อ.(พิเศษ)ประจักษ์ เป็นเพื่อน
ร่วมรุ่นกับ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ประธานวุฒิสภา พล.อ.วัลลภ ปิ่นมณี
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง


เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศเมื่อครั้งเหตุการณ์ " เมษาฯ ฮาวาย"
เมื่อวันที่1-3 เมษายน 2524 ที่กลุ่มนายทหารยังเติร์กพยายามจะ
ยึดอำนาจจาก พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ โดยร่วมกับพล.อ.สัณห์
จิตรปฏิมา และพ.อ.มนูญกฤต รูปขจร ยศในขณะนั้น แต่ไม่สำเร็จ
หลังจากนั้นพ.อ.ประจักษ์ ก็ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัว ส่วน
เพื่อน ๆ กลับเข้ารับราชการใหม่

พ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์เคยลงสมัครผู้แทนเขตบางเขนในนามพรรค
ชาติไทยและเคยเป็นที่ปรึกษาพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงมหาดไทยฝ่ายกิจการพิเศษ สมัยรัฐบาลนายชวน
หลีกภัย

หลังจากนั้นพ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้งในปี 2543 ด้วยการลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพ -
มหานคร ในนามกลุ่มอิสระก็ได้สร้างสีสันให้กับการเลือกตั้งเป็นอย่างมากด้วยการเกณฑ์พนักงานรักษาความปลอดภัย
ในบริษัทของตัวเองไปยืนเข้าแถวแสดงความเข้มแข็งขณะยื่นใบสมัครและหาเสียง

ช่วงบั้นปลายชีวิต พ.อ. (พิเศษ) ประจักษ์ได้ต่อสู้กับโรคตับที่ป่วยเรื้อรังมานาน และมาจบชีวิตตัวเองก่อนจะถึงวัน
ครบรอบ 68 ปี เพียง 2 วัน พ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2480