ใครคือ "บุรุษคาบไปป์"
" คำว่า "บุรุษคาบไปป์" ความจริงผมก็อยากถามเหมือนกันว่า บุรุษคาบไปป์ ผู้พูดระบุชื่อหรือ
เปล่า และจากการตรวจสอบไม่มีใครระบุชื่อ เพราะฉะนั้นผมถือว่าเป็นการกระทำของคนขี้ขลาด
นะครับ ที่ไม่กล้าเผชิญกับความจริงถ้าเราแน่ชัดว่าใครเป็นผู้กระทำและใครเป็นผู้ให้ข่าวก็ต้อง
ระบุออกมา เสียดายที่มาได้หมายถึงผมถ้าไม่ได้หมายถึงก็แล้วไปแต่ผมก็คาบไปป์มานานและ
คงไม่คิดจะเลิกเพราะไม่ได้ดัดจริตมาคาบไปป์ ให้หนังสือพิมพ์ถ่ายรูป "
นี่คือส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจาก น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเป็น "บุรุษคาบ
ไปป์"
ปล่อยข่าวสร้างความเสียหายให้กับ 2 นักข่าวประจำนิตยสาร "ฟาร์อีสเทิร์น อีโคโนมิก รีวิว" ที่ถูกขึ้นบัญชีดำอยู่ในขณะนี้
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม2470
ภรรยาชื่อนางสุคนธ์ จบชั้นม.6 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี ได้มาศึกษาต่อที่ โรงเรียน
ฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนบินไปเรียนต่อ ปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาบริหาร
ที่สหรัฐอเมริกา

ทำงานเริ่มแรกเป็นครูสอนหนังสือก่อนถูกโอนไปรับราชการทหารอยู่กรมข่าวทหารอากาศ จน
ติดยศเรืออากาศเอก เป็นคนสนิทของพล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการรัก
ษาความปลอดภัยกองทัพอากาขณะนั้น ไปเรียนต่อด้านข่าวกรองที่สหรัฐ จนปี 2509 ได้ย้าย
ไปอยู่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไต่เต้าเป็นผู้อำนวยการกรอง ผู้ช่วยเลขานุการ สมช.
รองเลขาธิการฯ และขึ้นเป็นเลขาธิการสมช.เต็มตัวเมื่อปี 2523 ในสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณ-
สูลานนท์
ปี 2529 ออกจากเลขาธิการสมช. มาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีให้กับพล.อ.เปรม
ติณสูลานนท์ แต่ภาพลักษณ์ของ น.ต.ประสงค์ ยังติดอยู่กับ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าว
กรอง จนได้ชื่อว่า "ซีไอเอเมืองไทย" และนำมาใช้ประโยชน์ในทางการเมืองได้อย่าง
เหมาะเจาะ

ปี2531 ออกมาเล่นการเมืองเต็มตัว โดยเป็นเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ ในยุคแรก
เริ่ม จากนั้นมาอยู่พรรคพลังธรรมได้เป็นส.ส.กทม. เมื่อเดือนมีนาคม 2535 เคยร่วมกับ
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรมต่อต้านรสช. ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
จนได้รับชัยชนะ และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ช่วงหลังเกิดวิวาทะกับพล.ต.จำลอง หันมาก่อตั้งพรรคกับนายอำนวย วีรวรรณ ในนามพรรคนำไทย และพรรคก็สลายหายไป มา
เจอน.ต.ประสงค์อีกครั้งกลายเป็น "คอลัมนิสต์" ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าพร้อมกุมตำแหน่งผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว
และด้วยความที่เป็นคนมีข้อมูลมากในทางลับ ทำให้เขาถูกลอบปองร้าย บ่อยครั้งตั้งแต่โทร.ข่มขู่คุกคาม ไปจนถึงการทุบรถ

ได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีจากนั้นปิดฉากตัวเอง
ลงหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 ที่มีพรรคไทยรักไทยได้คะแนนถล่มทลาย ทว่าวันนี้เขายังมีเวทีทางการเมืองบน
หน้าหนังสือพิมพ์ที่ใคร ๆ ก็ต้องอ่านอย่างคอลัมน์ "น.ต.ประสงค์พูด" หน้า 3 หนังสือพิมพ์แนวหน้าของทุก ๆ วัน