ผู้ช่วย ผบ.ตร.คนใหม่ พล.ต.ท.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์

เป็นไปตามคาดเมื่อชื่อของพล.ต.ท.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ภรรยาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ติดอันดับ 1 ใน 2 ของนายตำรวจระดับผู้บัญชาการในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามติเอกฉันท์จาก คณะกรรมการ
ข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)

และด้วยกรอบการพิจารณาที่ดูความรู้
สามารถเป็นหลัก ขณะที่ความอาวุโส
เป็นรอง ทำให้พล.ต.ท.เพรียวพันธ์ ซึ่ง
อาวุโสอันดับ 14 ก้าวกระโดดแซงหน้า
ผู้อาวุโสถึง 20 คน เพราะความรู้ความ
สามารถล้วน ๆ หรืออย่างที่ ผบ.ตร.กล่าว
ไว้ว่า “ต้องดูว่าใครทำประโยชน์ให้
ประชาชนมากที่สุด” ก็ต้องเป็นคนนั้น
แน่นอน
ขณะเป็น ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด
(ผบช.ปส.)โชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นจับ
ยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่องจนเข้าตารัฐบาล
ล่าสุดทิ้งทวนด้วยการ จับยาบ้าได้ถึง 24
ล้านเม็ด ปะทะกับผู้ค้ายาเสพติดเสียชีวิตไป
9 คน จับผู้ต้องหาได้ 150 คน จับเฮโรอีนได้
หลายร้อยกิโลกรัม

พล.ต.ท.เพรียวพันธ์ เป็นคนกรุงเทพ เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน 2494 ชื่อเล่นชื่อ “ออฟ” เป็นบุตร
ชายของ พล.ต.ต.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตรอง ผบช.ก. และอดีตผู้ช่วย อ.ตร. เป็นพี่ชายของคุณหญิง
พจมาน ชินวัตร ปัจจุบันยังครองตัวเป็นพ่อม่าย หลังหย่าร้างเมื่อหลายปีก่อน

เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แล้วไปเรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รุ่น 12 มีเพื่อนร่วมรุ่น เช่น นายแก้วสรร อติโพธิ ส.ว.กรุงเทพ และพล.ต.ต.สุรสีห์ สุนทรสารทูล
ผบก.ภ. สมุทรสาคร นอกจากนั้นยังเป็นนายร้อยตำรวจอบรมรุ่น 16 และได้ปริญญาโทจากสหรัฐ
อเมริกา

เข้าสู่วงการสีกากี เมื่อปี 2514 ตำแหน่งสำลองพิเศษ สังกัด กก.2 ส. ขึ้นเป็นตำรวจสัญญบัตรเมื่อ
ปี 2517 ในตำแหน่งรองสารวัตร แผนก 1 กก.สส. นครบาลเหนือ ชีวิตราชการส่วนใหญ่อยู่ในเขต
นครบาลทั้ง สว.สส.สน.จักรวรรดิ สน.ปทุมวันและสน.ทุ่งมหาเมฆ ปี 2523 เป็น สวป.สน.นางเลิ้ง
ปี 2526 ได้เป็นสารวัตรใหญ่ ในเมืองใหญ่อย่างภูเก็ต และในปีเดียวกันก็ได้กลับนครบาลอีกครั้งเป็นรองผกก. 2 ป.ตาม
ด้วย ผกก. (กอ.รมน.) กำลังพล เส้นทางชีวิตราชการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ผ่านทั้งตำแหน่ง ผกก.ตำรวจท่องเที่ยวผบ.ก.
ตม. ผช.ผบชก.และรองผบช.ก. ก่อนจะขึ้นเป็น ผบช.ตร. กระทั่งขึ้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจปราบยาเสพติด (ปส.) เมื่อ
ปี 2543

พล.ต.ท.เพรียวพันธ์ จะเกษียณอายุในเดือนตุลาคม 2555 ก็ได้นั่งตำแหน่งสำคัญอย่าง ผู้ช่วย ผบ.ตร.แล้ว เชื่อได้เลยว่า
อีก10 ปีข้างหน้า ชื่อนี้คงไม่หลุดตำแหน่ง “ผบ.ตร.” แน่นอน