สรยุทธ สุทัศนะจินดา "ยอมรับในชะตากรรม"
ต่อไปนี้ใครที่เป็นคอการเมืองคง "กร่อย" ไปอีกนานเมื่อ รายการทางช่องยูบีซี 8 (ทางเลือกใหม่ที่ต้องเสียเงินดู) อย่าง
รายการ "เก็บตกจากเนชั่น"หรือรายการ "คม ชัด ลึก" ต้องเลิกลาไปด้วยเหตุผลที่ถูกระบุว่า วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมาก
จน"ล้น" ออกมานอกจอ จนต้องปรับรายการใหม่หันมาเน้น เรื่องราวเกี่ยวกับ เศรษฐกิจ สังคม แทน ขณะเดียวกันผู้บริหาร
ของเครือ เดอะเนชั่น หลายคนก็ถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ง. ซึ่งเรื่องยังคาราคาซังอยู่ในขณะนี้
ทำให้ตัวผู้จัดรายการ "เข้าคู่ - เข้าฝัก" อย่างสรยุทธ สุทัศนะจินดา
และ กนก รัตนวงศ์สกุล พลอยหายหน้าหายตาไปด้วย ทว่าเมื่อค่ำคืน
วันพฤหัสที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ในรายการ "เจาะใจ"ได้เห็นหน้า
ค่าตาคุณสรยุทธ ทางทีวี อีกครั้ง พอหายคิดถึงได้บ้าง พร้อมตั้งหน้า
ตั้งตารอคำตอบว่า "เมื่อไหร่จะกลับมาจัดรายการอีก"
เขาเริ่มเปิดตัวเอง ด้วยประวัติส่วนตัวว่า เป็นลูกคนกลาง (ที่ว่ากันว่ามักมีปัญหา) มีพี่สาว 1 คน น้องสาว 1 คน พ่อเสีย
ตั้งแต่เขาอายุได้ 3 ขวบ เหลือแม่ที่ต้องทำงานปากกัดตีนถีบ เขาเป็นเด็กเรียนหนังสือค่อนข้างดี แต่ชอบโดดเรียนด้วย
การเข้าไปดูหนังวน หนังควบ ตลอดทั้งวัน จนกระทั่งมีเรื่องมีราว ริรักเด็กรุ่นพี่ ทางโรงเรียนเลยเชิญให้ออก แต่ยังรักที่
จะเรียน จึงไปสมัครเรียนศึกษาผู้ใหญ่ภาคค่ำทั้ง ๆ ที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ เพื่อน ๆ จึงมีตั้งแต่ระดับ ลุง ป้า น้า อา แถมเรียน
หนังสือเก่งอีกต่างหากทำให้เป็นที่รักใคร่

จากนั้นเขาหันมาใส่กางเกงขาสั้นอีกครั้ง ในรั้วอำนวยศิลป์ ที่ช่วงนั้น เด็กนักเรียนมักชอบตีกัน เขาก็ติดกลุ่ม นักเรียน - นักเลงไปด้วย จนถูกตำรวจรวบเข้าไปอยู่ในบ้านเมตตา ประมาณ 15 วัน กลับออกมาคราวนี้เข็ดไปอีกนาน จึงตั้งใจเรียน
หนังสือเป็นเรื่องเป็นราว จนสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพพร้อมกับได้ทุนเรียน และที่เรียนนิเทศศาสตร์ เพราะว่า ชอบงานข่าว ชอบอ่านหนังสือการเมืองรายสัปดาห์ วิเคราะห์ข่าว ชอบไปฟังเวลา คุณสมัคร (สุนทรเวช) คุณ
วีระ(มุสิกพงศ์) พูด พอจบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็สมัครเข้าทำงานที่ "เดอะ เนชั่น" เลย



เขาเล่าถึงจุดพลิกผันในการเป็นนักข่าวว่า ถูกส่งตัวให้ไปทำข่าว ขจก. ที่ภาคใต้ ซึ่งตอนนั้นไม่รู้เลยว่า ขจก. คืออะไร ขจก. ย่อมาจากอะไร ดังนั้น "ข้อมูล" จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เริ่มค้นคว้าศึกษาอย่างจริง
จัง การที่เขาส่งเราลงไป เหมือนเป็นการสอนให้เราได้รู้จักเรียนรู้ ได้ลงไปสัมผัสกับชาวบ้าน รู้เรื่อง
ราวมากมาย จากที่เคยกลัว ก็ไม่กลัวอีกต่อไป จากนั้นได้มาทำข่าวสายรัฐสภา,ทำเนียบ จนรู้ข้อมูล
ค่อนข้างมาก ไต่เต้าขึ้นขึ้นมาจัดรายการวิทยุ เรื่อยมาจนกระทั่ง ทีวี แต่ยอมรับว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ ต้องมีข้อมูลที่แน่นมาก


มาเป็นที่จับตาเมื่อจัดรายการทีวี ช่วงวิเคราะห์ข่าว ตั้งแต่สมัยอยู่ ไอทีวี จนหลายคนวิจารณ์ว่า เขา
ถอดแบบมาจาก สุทธิชัย หยุ่น ทั้งน้ำเสียง ลีลา การตั้งคำถามที่ดุดันและก้าวร้าว ทว่าเขาไม่ปฎิเสธ
แต่มันเป็นการซึมซับมากว่า จากนั้นเขากล่าวถึงความรู้สึกแรกที่หายไปจากจอทีวีว่า " เหมือนกับ
ชีวิตขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับในชะตากรรม" เวลาจัดรายการเหมือนกับนั่งกินกาแฟ
กับท่านผู้ชมอยู่ด้วย มีข่าวอะไรก็มาเล่ามาบอกให้ฟัง แล้วพอมาวันนี้มันเหมือนขาดอะไรไปจริง ๆ มี
แฟน ๆ โทรศัพท์เข้ามา,ส่งแฟกซ์มา,อีเมลล์มา มากมายว่าเมื่อไหร่จะกลับมาจัดรายการอีก ซึ่งตรงนี้
ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่คิดว่าคงกลับมาในไม่ช้านี้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ด้วย หรือรูปรายการ
อาจเปลี่ยนไป

แล้วเราจะรอคุณมาวิเคราะห์ข่าว เล่าสู่กันฟัง ในสไตล์ "คู่หู- คู่ฮา" ที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระ พร้อม
"แก๊ก" พอหอมปากหอมคอ ทางยูบีซี 8 ในเร็ววันนี้