บนถนนสายการเมืองของ "ตี๋กร่าง"
 
6 กุมภาพันธ์ 2545 เปิดประชุมสภาสมัยสามัญเป็นวันแรก ที่ประชุมโหวตให้นายสุชาติ ตันเจริญ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคความหวังใหม่ที่ย้ายเข้ามาสังกัดพรรคไทยรักไทย
เมื่อปลายเดือนที่แล้วขึ้นนั่งตำแหน่งรองประธานสภาฯ อันดับ 2 แทนนายบุญชง วีสม-
หมาย ที่ถูกใบเหลืองจากกกต. ไปก่อนหน้า ด้วยคะแนน 281 เสียง มากกว่านายวิทยา
แก้วภราดัย ที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งท้าชิงที่ได้คะแนน 134 เสียงเท่านั้น และงดออก
เสียง 35 ราย
สุชาติ ตันเจริญ เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จบการศึกษาที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์
และสามเสนวิทยาลัย ก่อนที่จะไปคว้าปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ จากคอลเลจน์ ออฟ นอร์ทเธอ ดาร์ม สหรัฐอเมริกา
ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า "ตี๋กร่าง" เพราะเป็นไม่ยอมใคร

เข้าสู่ถนนสายการเมืองเมื่อปี 2529 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ สนามเลือกตั้งเขต 2 จังหวัด
ฉะเชิงเทราแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กลุ่ม 10 มกราในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ย้ายไปอยู่พรรคชาติ
ไทย ซึงขณะนั้น พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นหัวหน้าพรรคและได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 เมื่อ
ปี 2531และเมื่อรัฐบาลพล.อ.ชาติชายถูกรสช.ยึดอำนาจเมื่อปี 2534 ก็ได้เข้าร่วมกับพรรค
สามัคคีธรรมของ นายณรงค์ วงศ์วรรณ ที่ฮอตอยู่ในขณะนั้น และได้เป็นส.ส.สมัยที่ 3 ในปี
2535/1 ที่มี พล.อ.สุจินดา คราประยูรเป็นนายกรัฐมนตรี และได้นั่งตำแหน่งใหญ่รัฐมนตรี
ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่นั่งไม่ได้นานเพราะเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเสียก่อน
ทำให้การเลือกตั้งในปี 2535/2 เขาได้ย้ายมาสังกัดพรรคชาติพัฒนาพร้อมก่อตั้งกลุ่ม 16
ซึ่งเป็นกลุ่มของ ส.ส.หนุ่มจากหลายพรรคพร้อมบทบาทมากมาย ที่เด่นสุดในขณะนั้นก็คือ

การเปิดโปงกรณีสปก.4-01 ของพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นเขารวมตัวกันเป็นกลุ่มเทิดไทในพรรคชาติไทย เมื่อปี 2538
และได้เป็นส.ส. 3 อีกสมัยหนึ่งพร้อมผลักดันให้นายบรรหาร ศิลปอาชา นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้สำเร็จและตัวเขาเองได้
รับตำแหน่งรัฐมนตรีชช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง

หลังจากนั้นเขาได้รับความบอบช้ำทางการเมืองหลายเรื่อง ตั้งแต่ เรื่องการกูเงินธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ (บีบีซี )
กรณี นส.3 ปลอมที่จังหวัดหนองคาย ที่จนถึงวันนี้ ยังเป็นข้อสงสัยของสังคมที่จะต้องพิสูจน์ความเป็นผู้บริสุทธิ์ของเขา
ต่อไป แรงกดดันต่าง นานา ทำให้เขาถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่มีใครรับเข้าพรรค จนเขาต้องต้องพรรคใหม่ขึ้นมาชื่อ "พรรคไท"
ที่มีเขาได้รับการเลือกตั้งเป็น.ส.คนเดียว จนกระทั่งเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 เข้าย้ายมาสังกัดพรรค
ความหวังใหม่ และได้เป็นส.ส.อีกครั้ง ก่อนที่จะมายุบรวมกับพรรคไทยรักไทยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2545