พล.อ.สุจินดา คราประยูร "เสียใจ" แต่ไม่ "ขอโทษ

วิทยานิพนธ์เรื่อง "ความคิดทางการเมืองของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร" ของนางสาว วาสนา นาน่วม นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์
บางกอกโพสต์ กลายเป็นเรื่องเป็นราวผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ในช่วงครบรอบ 11 ปี รสช. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2545 พอดี

เนื้อหาในวิทยานิพนธ์ฉบับดังกล่าวได้สัมภาษณ์พล.อ.สุจินดา ถึงการทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณ-
หะวัณ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ว่าได้มีความพยายามของนายทหารอีกกลุ่มหนึ่งที่จะทำการปฎิวัติเพื่อให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีพล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้นำ ด้วยความที่ไม่
พอใจที่ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง โจมตีพล.อ.ชวลิตจนทำให้พล.อ.ชวลิตต้องลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

ภาพของพล.อ.สุจินดา ปรากฎบนหน้า
หนังสือพิมพ์อีกครั้งในงานครบรอบ 11ปี
รสช. โดยใช้ชื่อว่า "งานเลี้ยงที่ไม่มีวัน
เลิกลา" หรือที่รู้จักกันดีว่างาน"0143"
(จปร.5) งานนี้ดังมากเมื่อยุค รสช.เฟื่อง
ฟู ถึงกับจ้างนักร้องชื่อดังเซ็กซี่อย่าง
"แสงรวี อัศวรักษ์" มาร่ายมนต์เพลง
"แม่มด" และ"แมงมุม" ที่ดังเป็นพลุใน
ขณะนั้นเปิดฟลอร์เต้นรำคู่กับพล.อ.สุ -
จินดา อย่างสุดเหวี่ยง งานคืนนั้นทำให้
นายทหารรุ่นน้า รุ่นอา ดูหนุ่มกระชุ่ม
กระชวยกันเป็นแถว
พล.อ.สุจินดา ได้มาเป็นนายกรัฐมน -
ตรีคนที่ 19 ของประเทศไทย ทว่า
ประชาชนไม่ยอมรับเพราะไม่ได้เป็น
นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งกระแส
คัดค้านประชาชนแรงมากในเวลานั้น
กดดันจนกระทั่งลาออก แต่ก็ต้องแลก
กับเหตุการณ์สลดทั้งประเทศ "พฤษ
ภาทมิฬ" พล.อ.สุจินดายอมรับว่า ตัว
เองผิดพลาดที่รับตำแหน่งนายกรัฐมน
ตรี เพราะมั่นใจตัวเองมากเกินไปว่าจะ
แก้ปัญหาได้แต่ไม่มีโอกาส"

ครบรอบ รสช. ปีนี้ดูเหมือนจะมีเหตุพิลึกพิลั่น เมื่อ นายอดุลย์ เขียววิบูลย์ ผู้นำกลุ่มญาติวีรชนพฤษภา 2535 ประกาศอโหสิเลิก
แล้วต่อกันกับผู้นำรสช.รวมถึงจะจัดรายการ "ดินเนอร์ทอล์ค" โดยจับพล.อ.สุจินดา คราประยูร ,พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พล.อ.
ชวลิต ยงใจยุทธและนายชวน หลีกภัย มาพูดคุยกันแต่สุดท้ายมาปฎิเสธว่า "เป็นแค่ความคิดเฉย" หลังจาก น.พ.สันต์ หัตถี -
รัตน์,ครูประทีป อึ๊งทรงธรรม,และน.พ.เหวง โตจิราการ ออกมาปราม


พล.อ.สุจินดา เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2476 จบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ แล้วสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมแพทย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เรียนอยู่เพียงปีเดียวก็เบนเ็มเข้าสู่
เส้นทางทหาร โดยเข้าเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 ต่อมาสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่
5 เมื่อปี 2501 โดยประจำกองร้อยกรมนักเรียนโรงเรียนทหารปืนใหญ่

ระหว่างเรียนนายร้อย พล.อ.สุจินดา ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่เรียนหนังสือเก่ง และได้รับความไว้วางใจให้เป็น
หัวหน้ากอง ปี 2509 เข้าเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 44 และจบโรงเรียนเสนาธิการทหาร
บกสหรัฐอเมริกา,สำเร็จโรงเรียนยานเกราะ,โรงเรียนปืนใหญ่ สหรัฐฯ

เริ่มรับราชการเป็นผู้บังคับกองร้อยปืนใหญ่ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 เมื่อปี 2505 หลังจากนั้นดำรงตำแหน่งนายทหารฝ่าย
ยุทธการของกองพลทหารปืนใหญ่ในสงครามเวียดนาม ต่อมาดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยทูตทหารบก กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ปี
2514 กลับมาดำรงตำแหน่งวิทยากรการนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ปี2518 และในปี 2522 ขึ้นดำรงตำแหน่งนายทหารฝ่าย
เสนาธิการประจำกรมข่าวทหารบก ปี 2529 ขึ้นสู่ตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบก ปี2530 ติดยศพล.อ.ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญ
ชาการทหารบกและขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2533ควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด

11 ปี รสช. ท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองสนุกสนานแทนที่จะเป็นงานไว้อาลัย ไม่มีคำกล่าว"ขอโทษ" จากพล.อ.สุจินดา มีแค่คำ
พูดที่ว่า "เสียใจ" เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดเท่านั้น