ฝ่ายค้านรับน้องใหม่ "สุริยะ" เลขาฯพรรค ทรท.
 
หลังจากที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลาขาธิการพรรคไทยรักไทย
เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ก็มีเรื่องเข้ามาให้แก้ เหตุการณ์โรงงานผลิตชิ้น
ส่วนอิเลคโทรนิคเดลต้า ย่านนิคมบางปู ถล่มทับคนงานเสียชีวิตถึง 7 ศพ เมื่อวันที่ 1 กุมภา
พันธ์กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าเพราะมีการต่อเติมจนรับน้ำหนักไม่ไหวรัฐมนตรีว่าการอุตสาห
กรรมอย่างนายสุริยะ จึงต้องเข้ามารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหลีก
เลี่ยงไม่ได้
จากนั้น ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ได้ออก
มาเปิดประเด็นกล่าวหาว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเลขาธิการพรรคไทยรักไทย มีส่วนได้เสียกับกรณีที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ. มีมติปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม
ยานยนต์โดยให้สิทธิพิเศษเพิ่มขึ้นในเขตลงทุนที่ 1 ทำให้บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ได้ประโยชน์กลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที

รัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรมจึงโต้กลับด้วยการแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์เพื่อแก้ข้อ
กล่าวหาทั้งหมดว่า "เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะจริง ๆ แล้วการปรับสิทธิประโยชน์
เขตส่งเสริมการลงทุนใหม่ เป็นเพียงมติบอร์ด บีโอไอ.ที่จะดึงการลงทุนของโตโยต้าเข้ามา
ยังไทย จึงเห็นควรยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรให้ทั้งหมดทุกเขตการลงทุน คือ1,2 และ
3 เท่ากันหมด 100 เปอร์เซนต์จากเดิมที่เขต 1-2 ตจะยกเว้นร้อยละ 50 แต่เขต 3 ยกเว้น
100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีที่เครือญาติเข้าไปถือหุ้นในบริษัท กัลวิศว์ ออโตพาร์ตอุตสาห-

กรรม จำกัด ทำธุรกิจกระทะล้อรถยนต์นั้น ก็เป็นเพียงการถือหุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" พร้อม
กันนี้ยังท้าทายฝ่ายค้านว่า"หากฝ่ายค้านมีข้อมูลเพื่อโจมตีในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจผม
พร้อมที่จะตอบได้ทุกอย่าง แต่ขอให้นำข้อเท็จจริงมาพูดกัน ถ้ามีความโปร่งใสกันจริง"



นายสุริยะ นับว่าเป็นคนหนุ่มไฟแรง เข้าสู่ระบบการเมือง รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการและก้าวถึง
ตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วยวัยเพียง 47 ปี โดยไม่ต้องฝ่าฟันแย่งชิงกับใคร เพราะความที่เป็น
ถุงเงินถุงทอง ของพรรคไทยรักไทย ว่ากันว่า เมื่องานศพแม่ชีจันทร์ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุม
ธานี ที่จัดงานอย่างเลิศหรูอลังการณ์ จนถึงขั้นถูกติติงจากพระผู้ใหญ่บางรูป มีบางคนเห็น
นาง
สุริสา จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาท่านรัฐมนตรีว่าการฯ ไปบริจาคทำบุญวันนั้นถึง 40 ล้านบาทที
เดียว ด้วยคติของวัดพระธรรมกายที่ขัดกับหลักพระพุทธศาสนา โดยบอกว่า " บริจาคมากก็ได้
บุญมาก บริจาคน้อยก็ได้บุญน้อย"


นายสุริยะ เคยถูกสื่อมวลชนมองว่า เป็นคนมีวิสัยทัศน์ทางการเมืองที่พอใช้ได้คนหนึ่ง แต่เป็น
คน"ตื่นกล้อง" ให้สัมภาษณ์ออกทีวีมักตะกุกตะกัก แต่งานนี้รัฐมนตรีสุริยะ คงจะไม่ตื่นกล้องแน่
เพราะโดนรับน้องใหม่อย่างโหด ๆ ไปเต็ม ๆ ดีไม่ดี ฝ่ายค้านอาจจับนายสุริยะ อีก 1 คนเข้าร่วม
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครจะไปรู้