อำลา ... อาลัย... " วัลภา ตั้งจิตนุสรณ์ "

"วัลภา"
เพิ่งนั่งเป็นผู้อาวุโสในฐานะสต๊าฟโค้ชนักกรีฑาทีมชาติไทยในพิธีรดน้ำดำหัวไปเมื่อ
วันที่ 13 เมษายน ก่อนจะมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุที่จังหวัดชุมพรขณะตามสามีในฐานะตำรวจ
อารักขาในสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชทินัดดามาตุ เมื่อวันที่ 16
เมษายน ที่ผ่านมา
ก่อนที่จะมาใช้นายสกุล "ตั้งจิตนุสรณ์" เราคุ้นเคยกับ ชื่อและนามสกุลว่า "วัลภา พินิจ"ผู้หญิงร่างเล็กทว่าแกร่งทั้ง
กายและใจคว้าเหรียญทองนักวิ่ง 4 คูณ 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพ ปี 2521 มาครอง
ได้สำเร็จพร้อมทั้งทำลายสถิติ ภาพเพื่อนร่วมทีมลมกรด สาว 4 คน สวมชุดกรีฑาสีดำประทับตราที่หน้าอกด้วย"ธงไทย" ยืนกอดคอโชว์เหรียญทอง ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ถ้าจำไม่ผิดเรียงตามไม้มี บุษปราณี รัตนพล,ผุสดี แสงวิจิตร, อุษณีย์ เล่าปิ่นกาญจน์, วัลภา พินิจ ความยิ่งใหญ่ของ 4 สาวขณะนั้นถูกตั้งฉายาว่าเป็นทีม "ไต้ฝุ่น" ที่ดีที่สุดที่มีมาของไทย
ในอดีตทั้งพ.ต.อ.สุรพงษ์ อริยะมงคล และ พ.ต.อ.ศุภณัฐ อริยะมงคล โค้ชฝาแฝด ปัจจุบัน
เป็นหัวหน้าสต๊าฟโค้ชกรีฑาทีมชาติไทย ถือว่า เป็นคนที่สร้าง"วัลภา"ขึ้นมากับมือ เพราะ
ได้ไปขอพ่อและแม่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ให้มาเป็นนักกรีฑา พ.ต.อ.ศุภณัฐ แฝดผู้น้องกล่าวถึง วัลภาว่า "เป็นคนที่ตั้งใจทำงานอย่างมาก เอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องที่ได้รับมอบหมาย โดย
เฉพาะช่วงที่เป็นนักกรีฑาจะตั้งใจและขยันฝึกซ้อมมากหลังเลิกวิ่งก็ดึงตัวมาช่วยงานสมาคม
กรีฑา เป็นสต๊าฟโค้ช" นอกจากจะเป็นนักวิ่งระยะสั้นที่ดีแล้ว ยังสามารถคว้าเหรียญทองวิ่ง
100 เมตร มาครองหลายสมัยโดยเฉพาะซีเกมส์ครั้งที่ 12 ที่ประเทศสิงคโปร์ ปี2526
สามารถเอาชนะ ลิเดีย เดอเวก้า นักวิ่งลมกรดจากฟิลิปปินส์ ได้อีกด้วย

วัลภา ตั้งจิตนุสรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2496 ปัจจุบันอายุ 49 ปี เกิดที่จังหวัดอุตร -
ดิตถ์ จบการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา
ติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี 2516 ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 7 ที่ประเทศสิงคโปร์ และ
กวาดเหรียญทองจากการแข่งขันซีเกมส์มารวมได้ถึง 9 เหรียญทอง ทั้งในประเภทวิ่ง
100 เมตร, วิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรและวิ่งผลัด 4 คูณ 400 เมตร สร้างเกียรติประวัติ
สูงสุดให้กับตัวเองด้วยการร่วมทีมวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรหญิง คว้าเหรียญทองประวัติ
ศาสตร์ให้กับวงการกรีฑาไทยในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพ

ปี พ.ศ.2526 คว้า 2 เหรียญทองในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 5 ที่ประเทศ
คูเวตในประเภทวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตร และ 4 คูณ 400 เมตร ต่อด้วยเหรียญทองวิ่ง
ผลัด 4 คูณ 100 เมตร ในกรีฑาชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 6 ที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี2528
หลังจากนั้นเธอยุติการใช้ชีวิตเป็นนักกรีฑาทีมชาติ ภายหลังการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2530 ด้วยการคว้าเหรียญทองวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรส่งท้ายก่อนอำลาลู่วิ่งและเข้าเป็นสต๊าฟโค้ชกรีฑาทีมชาติไทย
เมื่อปี 2534 พร้อมกับทำงานที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

"น้องแพง" ลูกสาววัย 7 ขวบ อาศัยรถร่วมขบวนไปกับแม่ด้วย ทว่า "แม่" สิ้นลมไปเสียก่อน