แ ย ม ม ะ ข า ม ภู มิ ปั ญ ญ า ไ ท ย ข อ ง ค น เ พ ช ร บู ร ณ์
จังหวัดเพชรบูรณ์ ใครๆก็รู้ว่า เป็นดินแดนแหล่งมะขามหวาน ที่
ขึ้นชื่อของเมืองไทยมาช้านานแล้วครับ และด้วยผลผลิตที่ออก
มาสู่ตลาดนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้บางปี ชาวสวนต้อง
ประสบกับปัญหาราคามะขามหวานตกต่ำ เหมือนกับผลไม้ชนิด
อื่นๆ ในทุกภาคของประเทศไทย

กลุ่มแม่บ้านยาวีร่วมใจพัฒนา จึงได้รวมตัวกันนำมะขามมาแปรรูปเป็น แยมมะขามผสมสมุนไพรกระชายดำ ในสูตรภูมิ
ปัญญา ไทยขึ้น โดยนำมะขามมาเกะเอาเม็ดออก ให้เหลือเฉพาะเนื้อ นำไปต้มกับน้ำให้ได้ที่ ใส่น้ำกระชายดำในสัดส่วน
ที่เท่ากันลงไป เติมน้ำตาลทราย หลังจากนั้น ก็เคี้ยวอีกประมาณ 40 นาที เท่านี้ ก็จะได้แยมมะขามสมุนไพร ที่มีรสชาด
หวานอมเปรี้ยว น่ารับประทานมากครับ

ทุกวันนี้ แยมมะขามที่นี่ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น
เพราะเป็นสินค้ารับประทานง่าย แถมบรรจุอยู่ในขวดที่สะอาด
สามารถเก็บไว้ได้นาน เหมาะสำหรับเป็นของฝากสำหรับคนที่
มาเยือนจังหวัดเพชรบูรณ์ อีกทั้ง ยังเป็นอาหารที่มีส่วนผสม
กระชายดำที่สามารถช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยอีกด้วย

แนวคิดการทำแยมมะขามผสมสมุนไพร ของกลุ่มแม่บ้านที่นี่ ถือว่า เป็นการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าสินค้า
ได้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะสามารถแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำได้ ยังทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ





ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ แ ก้ ไ ข ค ว า ม ย า ก จ น
เป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว ที่ความยากจนยังเป็นปัญหาหลักของคนไทยกว่า
22 ล้านคนในประเทศได้แบ่งคนจนออกเป็นหลายกลุ่ม ยิ่งคนภาคอีสานด้วยแล้วเป็น
ภาคที่มีประชากรยากจนมากที่สุด คิดได้เลยว่าใน 1 หมู่บ้านจะต้องมีครอบครัวที่เป็น
คนจน 25 ครัวเรือน หมายคนมองว่าคนอีสานเป็นคนขี้เกียจแต่เนื้อลึกจริง ๆ แล้วเป็น
คนจน จนแต่ไม่มีโอกาส


นับว่าเป็นโอกาสดีของชาวอีสานที่รัฐบาลยุคนี้ได้มองเห็นความยากจนของประชาชน
เป็นศัตรูของชาติที่ต้องเร่งรีบกำจัดออกไปจากสังคมไม่แพ้กับปัญหายาเสพติด จึงได้
เปิดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการยุทธศาสตร์การแก้ไขและจัดปัญหาความยากจน
ของเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น โดยมีพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ
ชินวัตร เดินทางมาเป็นประธานด้วยตนเองพร้อมกับมอบหมายให้ นายประพัฒน์
ปัญญาชาติรักน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์รับผิดชอบในเรื่อง
ดังกล่าวให้สามารถนำไปสู่การปฎิบัติที่เป็นรูปธรรมได้

ยุทธศาสตร์การแก้ไขและจัดการปัญหาความยากจนในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา
ใน 6 ด้าน ซึ่งสามารถประมวลภาพรวมได้ว่า รัฐบาลจะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ
ชุมชุนระดับรากฐานอย่างครบวงจร ทั้งการผลิต การแปรรูปการตลาด และแหล่ง
เงินทุน เน้นเป้าหมายไปที่เกษตรกรรายย่อยและยากจนในภาคอีสานภายใต้หลัก
เพิ่มรายได้ลดรายจ่ายและขยายโอกาส โดยให้ประชาชนในพื้นที่คิดเอง ทำเอง รัฐ
เป็นเพียงผู้ส่งเสริม หากจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความ
สะดวกให้กับประชาชนก็ต้องทำ ซึ่งได้ตั้งคณะทำงานและกำหนดพื้นที่นำร่องใน
เบื้องต้น 3จังหวัด


การแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาลยุคนี้จะได้ผลหรือไม่ต้องคอยดูกันต่อไปแต่
จะหวังพึ่งรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ เราก็ต้องช่วยตนเองด้วย โดยเฉพาะวินัยเรื่องการ
กินการประหยัดต้องมาอันดับ 1 ครับ