ป ร ะ เ พ ณี อุ้ ม พ ร ะ ด ำ น้ ำ ห นึ่ ง เ ดี ย ว ใ น โ ล ก
ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ จะเริ่มตั้งแต่ผู้ว่าราช
การจังหวัด ทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา แห่แหนไปตาม
ลำน้ำป่าสัก เพื่อนำไปประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ อุ้มพระดำน้ำ กลาง
แม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดโบสถ์ชนะมาร ซึ่งเป็นสถานที่พบพระ
พุทธรูปองค์นี้ครั้งแรก โดยมีการตบแต่งขบวนเรือ กันอย่างวิจิตร
ตระการตาทีเดียวครับ

เมื่อถึงสถานที่ประกอบพิธีกรรม สี่คนแรกที่ต้องลงน้ำไปก่อน
คือ ขุนเวียง วัง คลัง นา ต่อจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด จะอุ้ม
พระไปยืนอยู่ตรงกลาง โดยก่อนดำน้ำแต่ละครั้ง จะมีการอธิฐาน ขอพรเพื่อให้คุ้มครองชาวเพชรบูรณ์ให้อย่างร่มเย็นเป็นสุข และ
การอุ้มพระดำน้ำ จะมีการเสี่ยงทายด้วยว่าจะหันหน้าไปทาง
ทิศใด ซึ่งปีนี้ เสี่ยงทายได้ทิศใต้ กับ ทิศเหนือครับ

และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีอุ้มพระดำน้ำแล้ว จะการโยนขนมลูกโยน กล้วยไข่ ขนมกายาสารท ให้กับประชาชน ทั้งสองฝากฝั่งที่มาเฝ้า
ชม ซึ่งใครที่รับได้ ถือว่า มีมากบุญครับ และในงานปีนี้ ในช่วง
กลางคืน ยังมีการแสดงแสงสีเสียง เพื่อให้นักท่องเที่ยว รู้ถึงตำนาน
การอุ้มพระดำน้ำ ที่เล่าขานกันว่ากว่า 400 ปีอีกด้วยครับ

ประเพณี อุ้มพระดำน้ำ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ถือเป็นประเพณีที่แปลก และทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม ที่มีแห่งเดียวในโลก ซึ่ง
ชาวเพชรบูรณ์ มีความเชื่อว่า หลังการประกอบพิธีกรรมแล้ว จะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ ธัญญาหาร มีความอุดม
สมบูรณ์ และปราศจากโรคระบาด จึงเป็นประเพณีที่ควรอนุรักษ์ให้อยู่คู่เมืองไทยต่อไปครับ....



บุ ญ ส า ร ท เ ดื อ น สิ บ แ ล ะ ป ร ะ เ พ ณี ชิ ง เ ป ร ต ข อ ง ช า ว ใ ต้
ในช่วงปลายเดือนสิบชาวใต้เค้าจะมีประเพณีการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับ นั่นก็คือการทำบุญเดือนสิบและ
ประเพณีชิงเปรต ซึ่งปกติชาวใต้ก็จะจัดกันในท้องถิ่น แต่ที่จะพาไปดูวันนี้ไม่ได้จัดที่ภาคใต้ แต่มาจัดที่ภาคตะวันออก
งานประเพณีทำบุญเดือนสิบ หรือการส่งตายาย ที่ชาวใต้มักจะทำกัน
ในวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบของทุกปีนั้น นับเป็นประเพณีสำคัญที่ชาว
ใต้เชื่อว่า เป็นระยะที่ยมพบาลในอบายภูมิได้ปล่อยวิญญาณผู้ล่วงลับ
ให้มาเยี่ยมเยียนลูกหลานเป็นการชั่วคราว ด้วยความเชื่อนี้เอง ทำให้
เกิดการทำบุญต้อนรับและส่งกลับพร้อมทั้งอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้
กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู
กตเวทิตา โดยจะมีการนำอาหารหวานคาวไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่วัด


ซึ่งหากใครไม่ทำบุญในวันนี้ จะทำให้ญาติผู้ล่วงลับคอยส่วนบุญเก้อ
และยังเป็นการทำให้ปู่ย่าตายายเสียใจด้วย ชาวใต้ที่มาอาศัยอยู่ใน
จังหวัดชลบุรี จึงนำประเพณีนี้ติดตัวมาด้วย โดยใช้วัดมโนรม ในอำเภอ
ศรีราชา เป็นที่สืบสานวัฒนธรรมนี้ค่ะ


นอกจากการทำบุญ ยังมีพิธีชิงเปรต โดยจะมีการตั้งร้านวางเครื่องสัง-เวยซึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ ข้าวพอง ขนมลา และขนม
สะบ้า แต่ปัจจุบันได้รวมสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วย เมื่อพระสงฆ์ให้ยะถาสัพพี ก็อธิษฐานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ญาติ ๆ จากนั้นชาวบ้านก็ จะพากันแย่งเครื่องสังเวยและของใช้ต่าง ๆ ที่เซ่น
ไหว้บรรพบุรุษแล้วกลับบ้าน เพราะเชื่อว่าจะได้กุศล เป็นศิริมงคลแก่
ชีวิตส่งผลให้บังเกิดแต่ความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งงานนี้นอกจากจะอิ่มบุญ และอิ่มใจแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงพลังความสามัคคี ในการอนุรักษ์
ประเพณีดั้งเดิม แม้จะอยู่ต่างถิ่นของชาวใต้ด้วย