ป ร ะ เ พ ณี ตั ก บ า ต ร เ ท โ ว จ. อุ ทั ย ธ า นี
หากพูดถึงงานประเพณีตักบาตรเทโว ในช่วงเทศกาลออกพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ที่มีชื่อเสียงที่
สุดในเมืองไทย ก็คงหนีไม่พ้นจังหวัดอุทัยธานีครับ เพราะกล่าวกันว่า ที่วัดสังกัสรัตนศีรีแห่งนี้ มีภูมิทัศน์
ที่สอดคล้องกับพุทธตำนาน เพราะเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง สูงกว่า 100 เมตรจากระดับน้ำ
ทะเลครับ

ดังนั้น ในช่วงที่พระสงฆ์เกือบ 500 รูป เดินลงมาจากยอดเขา รัศมีจากผ้ากาสาวพัสตร์ ทำให้เกิดสีเหลือง ทาบตัดกับทิวทัศน์เขาสะแกกรังที่เขียวสด เกิดเป็นภาพงานบุญที่งดงามยิ่ง โดยสมมุติ เอามณฑปบน
ยอดเขาสะแกกรังเป็นสิริมหามายากุฏคาร ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์โปรดพุทธมารดาแล้ว เสด็จกลับสู่โลก
มนุษย์นั่นเอง

และในทุกปีจะประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนนับ
หมื่นคน โดยส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยผ้าทอพื้นเมือง
หลากสีสัน มารอใส่บาตรพระสงฆ์ซึ่งมีทั้งข้าวสาร อา
หารแห้ง ด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ เพราะมีความเชื่อกันว่า
ใครที่ได้เข้ามาร่วมงานตักบาตรเทโวที่นี่ จะเกิดความ
เป็นศิริมงคลกับชีวิต เหมือนกับได้รับพร อันประเสริฐ
จากพระพุทธเจ้า

ภาพงานประเพณีตักบาตรเทโว ที่วัดสังกัสรัตนศีรีแห่ง
นี้ ถือเป็นงานบุญที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานี
ที่สืบสานกันมา หลายชั่วอายุคนแล้ว จึงเป็นหน้าที่
ของพวกเราทุกคน ที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์
ประเพณี
อันดีงามเช่นนี้ ให้อยู่คู่ กับยอดเขาสะแกกรังต่อไป

ป ร ะ เ พ ณี ท อ ด ผ้ า ป่ า ห น้ า บ้ า น
งานบุญออกพรรษาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือการทอดผ้าป่าหน้าบ้าน ค่ะ เป็นประเพณีที่ทำติดต่อ
กันมาช้านาน
โดยในช่วงเย็น
ของวันออกพรร
ษา ขึ้น 15 ค่ำ
เดือน 11หน่วย
งานต่าง ๆ ทั้ง
ภาครัฐ องค์กร
เอกชนจะตกแต่ง
พุ่มผ้าป่าตามเรื่องราวพุทธชาดกด้วยเทคนิคพิเศษมากมาย ประดับด้วยไฟหลากสี ไว้ตามหน้าบ้านพักโดยภายในพุ่มผ้าป่าจะประกอบ
ด้วยเครื่องไทยทานต่างๆ ของกินของใช้ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ผ้า 1 ผืน ห้อยไว้บนพุ่มไม้ สำหรับพระภิกษุสงฆ์ชักเป็นผ้าบังกสุล และปิ่นโตพร้อมอาหาร 1 เถา ซึ่งในปีนี้ทางเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี ได้จัดถนนสายผ้าป่ารอบศาลหลักเมือง ให้นักท่องเที่ยวได้
สัมผัสประเพณีท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ค่ะ ซึ่งตลอดคืนที่ผ่านจะมีการฉลองฟุ่มผ้าป่าค่ะ รอจนกระทั่งรุ่งเช้าก็จะมีพิธีชักพุ่มผ้าป่า
ซึ่งในเช้าวันนี้พระภิกษุสงฆ์จะไม่ออกบิณฑบาติตามปกติ เหตุนี้เรียกพุ่มผ้าป่าในวันนี้ว่า ผ้าป่าข้าวสุก ค่ะ

งานบุญทอดผ้าป่าหน้าบ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนี้
นับว่า เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น ที่สืบทอดปฏิบัติ
กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนมาถึงคนรุ่นหลัง เพื่อระลึกถึง
พระพุทธคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในช่วงงาน
บุญออกพรรษาซึ่งประเพณีนี้ก็ยังคงได้รับการสืบทอด
จากลูกหลายเมืองคนดี ปฎิบัติต่อไป ค่ะ

โ ร ง เ รี ย น ป ริ ยั ติ ธ ร ร ม บ ท บ า ท ข อ ง วั ด กั บ ก า ร ศึ ก ษ า
แม้ว่าปัจจุบันวัดจะเป็นเพียงสถานที่สำหรับการเผยแพร่ศาสนา และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน แต่ว่าที่วัดโสภณวนาราม
จังหวัดระยองยังทำหน้าที่ในการให้การศึกษากับเยาวชนที่ยากจนฟรีๆ และที่สำคัญได้รับการรับรองคุณวุฒิจากกรมสามัญศึกษาด้วย
อาคารหลังนี้หล่ะค่ะ ที่วัดโสภณวนารามใน
ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
เค้ายกให้เป็นโรงเรียน สำหรับเยาวชนที่ยาก
จนและด้อยโอกาสทางการศึกษาหรือที่เรียก
กันว่าโรงเรียนปริยัติธรรมค่ะ
การสอนก็จะมีตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 ตามหลักสูตรของกรมสามัญศึกษาทุกประการ คุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องเป็น
ชายไทย ที่จบการศึกษาป.6 เป็นเบื้องต้น และรักความก้าวหน้าก็สามารถมาตักตวงความรู้จากโรงเรียนแห่งนี้ได้โดยไม่ต้องใช้
ทุนทรัพย์ เพียงแต่ต้องบรรพชาเป็นสามเณรกินนอนอยู่ที่วัดจนกว่าจะจบหลักสูตรค่ะ
อย่างไรก็ตามการพัฒนาเยาวชนของชาติทายาทของศาสนาเหล่านี้ก็ยังมีอุปสรรค
ในด้านงบประมาณ แม้จะได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลบ้างแต่ก็ยังไม่เพียงพอกับ
จำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นทุกปี ภาระจึงตกอยู่กับทางวัด ซึ่งหากใครกำลังมองหา
วิธีการทำบุญอยู่หล่ะก็ อยากจะแนะนำให้ทำบุญด้วยการสนับสนุนการศึกษาและ
ให้ปัญญาแก่สามเณรเหล่านี้ เพราะนอกจากจะได้อานิสงส์สูงแล้ว ยังได้คนคุณ-
ภาพคืนสู่สังคมด้วยค่ะ

ปัญหาสังคม ปัญหาเยาวชน คงจะลดลงไปได้มากนะคะ ถ้าหากทุกหน่วยงาน
ทุกองค์กร เห็นความสำคัญของการศึกษาของเยาวชน เพราะสติปัญญา ความรู้
คือแสงสว่างที่จะนำทางชีวิตพวกเค้าให้ก้าวเดินไปในทางที่ถูกต้องค่ะ