ภ า ร กิ จ ก อ ง ทั พ เ รื อ

เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯสยามบรมมกุฎราชกุมารจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 50 พรรษาใน
วันที่ 28 กรกฎาคม 2545 กองทัพเรือโดยหน่วยทหารเรือในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้พร้อมใจกันเริ่ม จัดกิจกรรม
ที่มีประโยชน์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ฯ แด่พระท่านด้วยแล้ว ภาระกิจของกองทัพเรือไทย นอกจากป้องกันการรุกล้ำ
อธิปไตยในเขตน่านน้ำแล้ว ยังมีภาระกิจที่สำคัญเพื่อชาติอีกมากมาย รวมไปถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในกับท้อง
ทะเลไทยด้วย

และซากอวนที่ปิดกั้นการเจริญพันธุ์ของพืชใต้ท้องทะเล หรือปะการังนี้ คือขยะสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นบริเวณเกาะหนู
เกาะแมว เกาะสัญลักษณ์จังหวัดสงขลา ที่บรรดานักประดาน้ำจากหน่วยทหารเรือในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกต้อง
ช่วยกำจัดออก ก่อนที่มันจะทำลายธรรมชาติของโลกใต้ท้องทะเลที่งดงามลงและนี่ก็คือหนึ่งในกิจกรรม และภาระกิจ
ของกองทัพเรือไทย ที่ร่วมกับพลังมวลชนในพื้นที่ เนื่องในวโรกาสสำคัญ

กิจกรรมดี ๆ ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ คงจะเกิดขึ้น และประสบความสำเร็จไม่ได้หาก
ขาดพลังความร่วมมือและจิตสำนึกของคนในชาติ



" วางทุ่นดักขยะกลางทะเล คืนความสดใสให้หาดบางแสน "
สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ชายหาดบางแสนเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว นั่นก็คือขยะจากทะเลที่มาสร้างความ
สกปรกให้กับชายหาดจนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ทางเทศบาลแสนสุขจึงได้หามาตรการมาจัดการกับขยะ
เหล่านี้

ทุ่นสีส้มขนาดใหญ่ที่ทอดยาวบนผืนน้ำเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรนี้ เป็นมาตรการ
ที่เทศบาลตำบลแสนสุข นำมาใช้ในการแก้ปัญหาขยะจากทะเล ที่กำลังสร้างความ
เสื่อมโทรมให้กับชายหาดบางแสน แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่สำคัญของจังหวัด
ชลบุรีค่ะ โดยได้ทุ่มงบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท ติดตั้งตาข่ายขนาดความถี่ 40
มิลลิเมตร ลึกจากผิวน้ำลงไป 3 เมตร ตลอดความยาวแนวทุ่น เพื่อดักจับขยะก่อนที่
จะเข้าสู่ฝั่งค่ะ

สำหรับขยะที่มาติดกับดัก ทางเทศบาลก็จะมีเรือพร้อมคนงานออกไปจัดเก็บ แล้วนำ
ขึ้นฝั่งไปกำจัดให้ถูกวิธี ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะไม่ให้มาทำลายธรรมชาติอัน
งดงามได้ถึง 80 % นอกจากนี้ทางเทศบาลยังวางมาตรการให้เรือสกู๊ตเตอร์ เรือกล้วย
แล่นได้เฉพาะนอกทุ่น ส่วนในทุ่นจะกันเป็นเขตเล่นน้ำ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจ
ในความปลอดภัยขณะเล่นน้ำได้มากขึ้น และแนวคิดที่เป็นแห่งแรกของประเทศไทยนี้ ยังเป็นความหวังว่าจะช่วยฟื้นความสดชื่นคืนความสะอาดสดใสให้ชายหาดบางแสน
เหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมาด้วย

เราอาจจะไม่ต้องวางตาข่ายดักขยะในส่วนของชายหาดที่เหลือ
อีกเลย ถ้าหากเรารู้จักที่จะทิ้งและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งไม่
เพียงแต่จะดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังดีต่อคุณภาพ
ชีวิตของคนเราด้วยค่ะ


สุ ส า น ป ร ะ ธ า น โ ฮ จิ มิ น ( เ วี ย ด น า ม ต อ น 2 )
สุสานประธานโฮจิมิน หรือที่ชาวเวียดนามเรียกกัน
ติดปากว่า สุสานลุงโฮนี้ ทางรัฐบาลรัสเซียสร้างให้
เพื่อเป็นเกียรติมาตั้งแต่ปี 1973 โดยจำลองแบบ
มาจากสุสานเลนินของมอสโค แต่มีการเปิดให้
ประชาชนเข้าชมก็เมื่อปี 1975 ซึ่งภายในนั้นได้
บรรจุศพของวีรบุรุษเวียดนามนี้ไว้ในโลงแก้ว โดย
แต่ละวันก็จะมีบุคคลมากหน้าหลายตาเข้ามาเคารพ
สักการะมากมาย
ภายในเนื้อที่อันกว้างขวางของสุสานยังมีสถานที่ที่
เกี่ยวข้องกับประธานโฮจิมินอีกหลายแห่งค่ะ อย่าง
เช่น ตึกทำงานที่แบ่งเป็นห้องเขียนหนังสือ ห้องพัก
ผ่อนและห้องจอดรถ อีกทั้งยังมีบ้านทรงไทยจำลอง
ที่เลียนแบบบ้านนาจอกของจังหวัดนครพนม ครั้น
สมัยเคยหนีการตามล่าและสุดท้ายพิพิธภัณฑ์ที่ได้
เก็บภาพตีพิมพ์ประวัติศาสตร์สมัยก่อนให้คนรุ่นหลัง
ได้ระลึกถึง อีกด้วย
ซึ่งถ้าใครมีโอกาสได้มาสุสานประธานโฮจิมินนี้ คงจะสังเกตุได้ค่ะว่า ถ้าเป็นวันหยุดนอกจากชาวต่างชาติจำนวนมาก
ที่มาดูความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้แล้วมองไปรอบๆ ก็จะเห็นชาวเวียดนามขนกันมาเป็นกองทัพทีเดียวค่ะ ทั้งนี้
ก็เพราะว่าทุกๆ วันหยุดชาวเวียดนามถือปฎิบัติกันเป็นธรรมเนียมว่าจะต้องมาคาราวะศพลุงโฮของพวกเขาค่ะ