เด็กแข่งขันแกะสลักขี้ผึ้ง จ.อุบลฯ


ที่เห็นกำลังช่วยกันแกะสลักขี้ผึ้งอยู่นี้เป็นน้องๆ เยาวชน
จาก จ.มหาสารคาม หนึ่งในตัวแทนจังหวัดภาคอีสานที่
เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักขี้ผึ้งในระดับเยาวชนชั้นมัธยม
ศึกษาตอนต้นซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของงาน “โรจน์เรือง
เมืองศิลป์”แห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี


การแข่งขันในครั้งนี้จะมีช่างแกะสลักรุ่นจิ๋วซึ่งเป็นตัวแทนจาก 19 จังหวัดภาคอีสานมาร่วมประชันฝีมือ ส่วนรูปแบบ
การแข่งขันนั้น กำหนดให้แต่ละทีมมี 3 คน โดยใช้เวลา 3 วัน ในการแกะสลักขี้ผึ้งที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับพระพุทธ
ศาสนา และประเพณีศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย

ตลอด 3 วันของการแข่งขัน นอกจากเยาวชนเหล่านี้
จะได้แสดงฝีมือในเชิงศิลปะให้กับคนทั่วไปได้เห็นแล้ว
ยังจะได้เรียนรู้ในเรื่องของการใช้ชีวิตและทำงานร่วม
กันอย่างสามัคคี รวมทั้งได้ความรู้ในด้านศิลปวัฒนธรรม
ประเพณีของแต่ละท้องถิ่นที่แสดงออกมาในงานแกะ
สลักแต่ละชิ้นด้วย

การนำเยาวชนจากหลายพื้นที่ มาร่วมแกะสลักขี้ผึ้งในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อการแข่งขันเท่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ
ต้องการปลูกฝังให้เยาวชนเหล่านี้ได้ซึมซับกับศิลปวัฒนธรรมวัฒนธรรมอันดีงามของไทย เพื่อที่จะร่วมกันปกปักษ์
รักษาให้ขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณและดั้งเดิมที่นับวันมีแต่จะสูญหายให้คงอยู่ต่อไป...




เครื่องปั่นดินเผาบ้านมอญ ภูมิปัญญาไทยที่ควรอนุรักษ์
ภาพชาวบ้านที่กำลังประดิษฐ์ ประดอยปั่นดินด้วยมือ โดยใช้
แป้นหมุนนี้ ในปัจจุบันถือว่า หาดูได้ยากแล้ว แต่ที่บ้านมอญ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือนยังคง
ยึดอาชีพ การทำเครื่องปั่นดินเผา ด้วยภูมิปัญญาไทยโบราณ เอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่นครับ

เหตุผลเพราะที่นี่ เป็นแหล่งดินเหนี่ยวชั้นดี เหมาะแก่การปั่นและ
แกะลวดลาย ซึ่งฝีมือการแกะลายของชาวบ้านก็ไม่ได้เป็นสอง
รองใคร มีทั้งความประณีต และความวิจิตรงดงาม อย่างเช่น ลายกระจังตาอ้อย ลายกระจังใบเทศ ลายหน้าสิงห์ และลายดอก
พุดตาน ซึ่งหลังจากการตบแต่งแล้ว ก็จะนำเครื่องปั่นดิน เข้าเตา
เผาประมาณ 3 วัน 3 คืน เท่านี้ ก็สามารถนำไปส่งขายได้แล้วครับ

และผลงานของชาวบ้านมอญ ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาก็คือ เจ้าโอ่งยักษ์พวกนี้ ที่มีความสูงตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป มีน้ำกว่า 200 กิโลกรัม ซึ่งมีแหล่ง
ผลิตน้อยมากในเมืองไทย และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดย
ลูกค้าจะซื้อไปเป็นเครื่องประดับไว้ในบ้าน ในอาคาร และจากที่เป็น
งานภูมิปัญญาไทยแท้ๆ ทำให้ทุกวันนี้ ทางจังหวัดจึงให้เด็กนักเรียน
ในหมู่บ้าน มาฝึก มาหัดปั่น เพื่อให้เครื่องปั่นดินเผาบ้านมอญคงอยู่
ตลอดไปครับ

เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญแห่งนี้ ถือว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งต่อศิลปวัฒน-ธรรมของไทยที่ต้องสืบสานต่อไป และขณะนี้ผลงานของที่นี่ ได้กลาย
เป็นสินค้า ที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างเป็นกอบเป็นกำไปแล้วครับ




ต ล า ด ข า ย ข อ ง ที่ ร ะ ลึ ก ( เ วี ย ด น า ม 3 )
นี่คือบรรยากาศยามค่ำคืนของตลาดโฮว หว่าน เกี๋ยม ที่ยังคงคราคร่ำไปด้วยนักช็อปปิ้งต่างชาติต่างภาษาที่ต้อง
การซื้อหาของที่ระลึกจากประเทศเวียดนามกลับไปเป็นของขวัญของฝากตลาดที่นี่ แม้จะเปิดมาเพียง 3 ปีเท่า
นั้น แต่ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องสินค้าหัตถกรรมขึ้นชื่อจากฝีมือชาวเวียดนามแท้ๆ และยังสามารถต่อรองราคากัน
ได้ ครึ่งต่อครึ่ง จึงไม่แปลกคะว่าทำไมตั้งแต่ตลาดเปิด 8 โมงเช้าจนถึงตลาดปิด 5 ทุ่มของทุกวัน จะมีแต่คนเลือก
ซื้อเลือกหาหมุนเวียนกันตลอด
ของขึ้นชื่อของที่นี่จะมีตั้งแต่ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นใหญ่คะ แต่ที่ขายดิบขายดีก็มีชุดประจำชาติของสาวชาวเวียดนาม
หรือว่าหอาวใหญ่ หมวกชาวนา หรือว่าหนอน ตุ๊กตาหุ่นกระบอก ตะเกียบฝังมุก เครื่องเขินฝังมุก หรือว่าจะเป็นผ้า
ปักมือทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มาจากฝีมือของชาวบ้านจากหมู่บ้านหัตถกรรมเมืองดงอัน,บักนิน,ไฮฟงและดาลัดค่ะ



ร ถ ชิ ง ช้ า ไ ต่ ส า ย
รูู้เรื่องเมืองไทยวันนี้ ไปชมเทคโนโลยีที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย ที่คิดประดิษฐ์เครื่องอำนวยความ
สะดวกในการปฏิบัติงาน

การบำรุงรักษาสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ
ไทย เป็นหน้าที่รับผิดชอบ และเป็นอีกภารกิจหนึ่งของ
ช่างบำรุงรักษาสายส่งในการซ่อมแซมสายล่อฟ้าของเสา
ไฟฟ้าแรงสูง ที่ขึงไว้ส่วนบนสุดของเสาไฟฟ้า และเมื่อ
ช่างบำรุงพบว่าเจ้าสายที่ว่านี้ขาดหรือชำรุดแต่เดิมช่างก็
จะต้องไต่สายปีนขึ้นไปซ่อมด้านบนซึ่งเป็นการปฏิบัติงาน
ที่เสี่ยงและยุ่งยากมาก

ด้วยอุปสรรคนี้เอง หน่วยช่างบำรุง รักษาสายส่ง จังหวัด
กำแพงเพชรจึงคิดหาวิธีการสร้างชิงช้าให้มีกลไกขับ
เคลื่อนไปได้ด้วยตัวเอง ที่เรียกว่ารถชิงช้าไต่สาย ซึ่ง
สามารถนำพาช่างขึ้นไปซ่อมแซมสายที่ขาดได้

การซ่อมสายล่อฟ้าด้วยรถชิงช้านี้ เป็นวิธี การซ่อมที่มี
ประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง จึงถือได้ว่าเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยม
ที่หลายๆหน่วยงาน ต้องหันมามองอย่างชื่นชมเลย
ทีเดียว