กวนข้าวทิพย์ พุทธประเพณีโบราณที่หาชมยาก

การกวนข้าวทิพย์ พุทธประเพณีโบราณที่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นกันบ่อยนัก ทาง
สภาวัฒนธรรมอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้จัดทำขึ้นใน
ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อเป็นการอนุรักษ์และ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้
กันด้วย

พุทธพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งครัดตามแบบฉบับโบร่ำโบราณ บนลานเอนก
ประสงค์องค์พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการนี้ เป็นพิธีกวนข้าวทิพย์ค่ะ ซึ่งนับวันจะหาชมได้ยากเต็มที่แล้ว ทางสภาวัฒนธรรมและอำเภอพระสมุทร
เจดีย์ จึงได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์พุทธประเพณีอันดีงาม ที่สืบ
ทอดกันมาแต่ครั้งพุทธกาล ให้ลูกหลานได้เรียนรู้และศึกษาค่ะ


ตามประวัติเล่าว่า ข้าวทิพย์ก็คือ ข้าวมธุปายาส หุงด้วยน้ำนมโคสด ที่นาง
สุชาดา ได้นำมาถวายพระสมณโคดม หลังทรงเลิกบำเพ็ญทุกข์กิริยา ซึ่งได้
รับไว้และทรงฉันท์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และวันนั้น ก็ได้สำเร็จโพธิญาณ
เป็นพระอรหันต์ สำหรับข้าวทิพย์จะประกอบด้วยข้าว ถั่ว งา น้ำตาล นม เนย มะพร้าว และเมล็ดพืชต่าง ๆ รวมแล้ว 29 ชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหมาย
อันเป็นศิริมงคลทั้งสิ้น ตลอดขั้นตอนพิธีการกวนจะต้องใช้สาวพรหมจรรย์
3 คน ที่เป็นลูกคนหัวปี คนกลาง และคนสุดท้อง ภายในมณฑลพิธีมีข้อห้าม
หลายอย่าง เช่นห้ามดื่มสุรา ห้ามรับประทานอาหาร ห้ามสวมรองเท้า ห้ามผู้
มีโรคสังคมรังเกียจ และห้ามหญิงมีประจำเดือนหรือมีครรภ์เข้าไปอย่างเด็ด
ขาด ตลอดพิธีครูข้าวทิพย์จะต้องมีการบวงสรวง ลงเลขยันต์ทุกขั้นตอน จึง
ทำให้พิธีนี้เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ จึงเชื่อกันว่าหากได้นำข้าวทิพย์ไปรับ
ประทานหรือบูชา ย่อมเกิดมงคลต่อชีวิตเป็นอย่างยิ่งค่ะ



ช่ อ ง 3 ท ำ บุ ญ ค รั้ ง ยิ่ ง ใ ห ญ่
จังหวัดเลยเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ประชาชนยังคงประสบปัญหา
ความยากจนเป็นอย่างมาก จนหน่วยงานของรัฐได้ร่วมกับสถานี
โทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3ให้ความช่วยเหลือ ชาวจังหวัดเลยส่วน
ใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกร ทำสวน ทำไร่ มาตั้ง แต่บรรพบุรุษ จนถึง
สมัยนี้ก็ยังประสบกับความยากจน ยิ่งช่วงนี้ฝนแล้งมากผลผลิตย่ำ
แย่ จนสภาพความเป็นอยู่แร้นแค้นเป็นอย่างมาก


ทางจังหวัดเลย โดยสำนักงานการปฎิรูปที่ดิน และสถานีโทรทัศน์
ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เล็งเห็นความสำคัญตรงจุดนี้ช่วยกันคิดหาหน
ทางในการให้ความช่วยเหลือ โดยจัดประชุมเตรียมประกอบ พิธีไทย
ทานทำบุญทิ้งกระจาด ถวายสังฆทานเลี้ยงพระภิกษุสงฆ์ 500 รูป
และเลี้ยงพระสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย พระเถรวาสมหาญาณ อีก 60 รูป
พร้อมทั้งแจกทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสารอาหารแห้งแก่
ราษฎรที่ยากจน นักเรียนตามถิ่นทุรกันดาร และแจกทานแก่วิญญาณ
ผีไร้ญาติขาดมิตร 36 จำพวกคือ วิญญาณที่ตายในน้ำ 12 จำพวก
ตายในอากาศ 12 จำพวก และตายที่พื้นดิน 12 จำพวก พิธีนี้จะจัด
ขึ้นในวันที่ 6 และ 7 กันยายน 2545 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำบุญ
ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดเลย สร้างความยินดีให้กับชาว เลยเป็น
อย่างมาก
หากใครต้องการร่วมสร้างบุญกุศลในครั้งนี้ก็สอบถามราย
ละเอียดได้ที่ไทยทีวีสีช่อง 3 ค่ะ



กระท้อนหยี ของดีปราจีนบุรี
ฝนที่ตกมาในระยะนี้ส่งผลให้กระท้อนในสวนของชาวจังหวัดปราจีนบุรี
ผิวปริแตกเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรไม่สามารถนำไปขายได้ ก็เลย
นำมาแปรรูปเป็นกระท้อนหยี ซึ่งตอนนี้ประสบความสำเร็จเป็นสินค้าหนึ่ง
ตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไปแล้ว

กระท้อนที่ผิวปริแตกเหล่านี้ ถูกทิ้งให้เน่าเสียไปวันหนึ่งนับร้อยกิโลกรัม
ทีเดียวค่ะ เพราะนำไปขายก็ไม่ได้ราคา กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนอง
กันเกรา ในตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ก็เลยนำมา
แปรรูป ทดลองทำอยู่หลายอย่างค่ะ ทั้งดองเค็ม แช่อิ่ม ตากและแกง แต่สุดท้ายที่ดูจะได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จขายดิบขายดี
มากที่สุดก็เห็นจะเป็นกระท้อนหยีนี่แหละค่ะ
ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการทำกระท้อนหยี ต้องกระท้อนไปดองในน้ำ
เกลือ 1 คืน จึงจะนำไปปอกเปลือกคว้านเม็ดทิ้งและหั่นเป็นชิ้นๆ
เข้าเครื่องบดจนละเอียด ปั่นให้แห้ง นำไปกวนในอัตราส่วนน้ำตาล
ทราย 5 กิโลกรัมต่อเนื้อกระท้อน 20 กิโลกรัม เกลือป่น 100 กรัม
ใช้ความร้อนปานกลางนาน 3 ชั่วโมง จนได้กระท้อนที่มีลักษณะ
แห้งเหนียว ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ นำเข้าเครื่องรีด
ให้เป็นแผ่นและตัดเป็นเส้น หั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ นำเข้าตู้อบความ
ร้อนเพื่อฆ่าเชื้อและให้แห้งสนิทด้วยความร้อน 90 องศาฟาเรนไฮต์
นาน 30 นาที จากนั้นก็นำมาคลุกเคล้ากับน้ำตาลทราย เกลือ
พริกป่น เท่านี้ก็จะได้กระท้อนหยีรสชาดกลมกล่อม บรรจุ ถุงออก
จำหน่ายได้ ในราคากิโลกรัมละ 60 บาทค่ะ ซึ่งนอกจากจะเป็น
การเพิ่มค่าผลผลิต ที่เป็นทางออกให้กับชาวสวนกระท้อนแล้ว ผลิตภัณฑ์นี้ยังได้รับการส่งเสริมให้เป็นของดีของเด่นของจังหวัด
ปราจีนบุรีอีกด้วย