ก อ ง ค า ร า ว า น ห มู่ บ้ า น ไ ม้ ก ว า ด ต ร ะ เ ว น ข า ย ทั่ ว ไ ท ย

... กองคาราวานรถซาเล้ง รถอีโก้ง นับร้อยคันที่กำลังเคลื่อนตัว
ออกจากตำบลพานทอง อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชรนี้ เป็นภาพที่มีให้เห็นไม่มากนักในเมืองไทย เพราะนี่ คือกองคารา -
วานของชาวบ้าน ที่นำไม้กวาดนานาชนิด พร้อมด้วยเปลญวนที่
ทำด้วยมือ ออกไปตระเวนขายทั่วเมืองไทยครับ

... ชาวบ้านที่นี่จำนวน 114 ครัวเรือนจะใช้เวลาว่างจากการทำ
ไร่ทำนา มารวมกลุ่มกันทำไม้กวาด ทั้งไม้กวาดดอกหญ้า ไม้
กวาดก้านมะพร้าว และเมื่อได้สินค้าจำนวนมากแล้ว ก็จะรวมตัวกัน เป็นรูปขบวนคาราวานออกไปเร่ขาย ซึ่งจะไปกันทั้งครอบครัว ทั้งลูกทั้งหลาน โดยจะมีการเตรียมเสบียงอาหาร พร้อมเครื่องครัว เรียกว่า ค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่นได้เลยครับ

ชาวบ้าน จะมีรายได้จากการขายไม้กวาด และเปลญวน เดือน
หนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 พันบาท และขณะนี้ มีชาวนาบางรายถึงกับเลิก
ทำนา โดยหันมาทำไม้กวาด ออกขายกับกองคาราวานเพียง
อย่างเดียวกันแล้ว เพราะเป็นอาชีพที่อิสระ และไม่ต้องห่วงนะว่า
จะขาย เพราะสินค้าทุกชิ้นทำด้วยความประณีต จึงเป็นที่ต้องการ
ของตลาด ทำให้ทุกวันนี้ กองคาราวานไม้กวาดใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็ขายหมดเกลี้ยงแล้วครับ ...


หมู่บ้านไม้กวาดแห่งนี้ อาจจะเป็นหมู่บ้านเดียวในเมืองไทย ที่มี
การรวมผลิตภัณฑ์ออกไปเร่ขายทั่วประเทศ และสร้างรายได้เลี้ยง
ครอบครัวอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่าลืม หากพบเห็นกองคาราวาน
รถไม้กวาดเหล่านี้ ผ่านไปแถวบ้านท่านก็ช่วยอุดหนุนซื้อกันหน่อย
นะครับ ...




ใ ห้ โ อ ก า ส ค น พิ ก า ร
คนพิการเหล่านี้จะพิการด้วยเคราะห์กรรมอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งพวกเราไม่สามารถที่จะบรรยายความรู้สึกแทนของพวก
เขาได้ หากสังคมทอดทิ้งนอกจากจะเป็นภาระต่อครอบครัวต่อสังคมแล้ว ยังเป็นการทำร้ายจิตใจของพวกเขาเป็น
อย่างมาก โดยไม่มีโอกาสรับรู้ได้ว่าพวกเขาคิดอย่างไร
นับว่ายังเป็นความโชคดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงมีน้ำพระราชหฤทัยห่วง
ใยพสกนิกรผู้ด้วยโอกาสในสังคม จึงทรงมีพระราชดำริให้ชุดปฎิบัติการ แขน-ขาเทียมเคลื่อนที่กรมการแพทย์
ทหารบกร่วมตามเสด็จให้บิการแก่พวกเขาเหล่านี้ กระทั้ง ปี 2527 เป็นต้นมา มูลนิธิมหาวชิราลงกรณ์ อันมีสม
เด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เป็นองค์ประธานได้สานต่อเรื่อยมา โดยเฉพาะปีนี้ซึ่งเป็นวันมหา -
มงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 50 ปี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทางมูลนิธิจึงได้กำหนดออก
ให้บริการจัดทำแขน-ขาเทียมให้แก่ผู้พิการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป้าหมายไม่ต่ำกว่า 500 คน โดยส่ง
หน่วยแขน-ขาเทียมเคลื่อนที่ลงพื้นที่ทุระกันดาร ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกอปพร.ทั่วประเทศช่วยเหลือ
ในการสำรวจและนำรับส่งผู้พิการจากพื้นที่เข้ามายังโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เพื่อรับแขน-ขาเทียมจากมูลนิธิมหา
วชิราลงกรณ์
โครงการดังกล่าวนี้นอกจากจะช่วยลดภาระของสังคม ของครอบครัวแล้ว ยังทำให้ผู้พิการทั้งหลายได้มีโอกาส สร้าง
งานสร้างรายได้ให้กับตนเองโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่นนอกจากนี้ทำให้พวกเขารู้สึกว่ายังสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคม
ได้และมองว่าสังคมไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขาอีกต่อไป



" จ า ก โ ม ก ป่ า ม า เ ป็ น โ ม ก แ ฟ น ซี "

ไปดูเกษตรกรหัวใสที่จังหวัดปราจีนบุรีกันบ้าง เค้าได้นำต้นโมกป่า
ที่ไม่มีประโยชน์ มาใช้เทคนิคการเสียบยอดกับโมกพันธุ์อื่น ๆ ทำให้มี
โมกหลายพันธุ์อยู่ในต้นเดียวกัน ซึ่งทุกวันนี้มีลูกค้าสั่งซื้อไม่ขาดสาย สร้างรายได้ให้อย่างเป็นกอบเป็นกำทีเดียว



ไม้ประดับที่มีพุ่มใบลดหลั่นสูงต่ำ ดูสวยงามแปลกตา ทั้งสีสัน และรูป
ทรง ซึ่งใครเห็นก็อดชื่นชมไม่ได้นี้ เป็นฝีมือของคุณสุริยะฉัตร กุลนนท์ ชาวจังหวัดปราจีนบุรี ที่ใช้เทคนิคการเสียบยอดมาสร้างสรรค์ แต่ง
เติมต้นโมกธรรมดา ให้ดูโดดเด่น งดงามในนามของโมกแฟนซี ซึ่งทุก
วันนี้ได้กลายเป็นดาวเด่นในวงการไม้ประดับไปแล้วค่ะ



วัตถุดิบในการประดิษฐ์โมกแฟนซี จะเริ่มด้วยการไปเสาะหาต้นโมกป่า
ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ โดยเลือกต้นที่มีอายุ 4-5 ปีขึ้นไปเพราะจะมี
ความแข็งแรง ทนทาน ขุดเอามาทั้งรากทั้งต้น ตัดกิ่งก้านให้ลดหลั่น
ตามจินตนาการด้วยเลื่อยคม ๆ พอปลูกใส่กระถางแล้วก็ นำกิ่งโมก
พันธ์อื่น เช่น เวียดนามเขียว ขาว ด่าง พันธุ์ ฟิลิปปินส์ สีทองพันธุ์อิน
เดีย พันธ์อินโดนีเซีย หรือพุทธพิทยา นำมาเสียบระหว่างเปลือกกับ
ลำต้นเว้นช่วงกิ่งละหนึ่งเซนครึ่งจัดแต่งให้สวยงาม รัดให้แน่นด้วย
เชือกพลาสติก ครอบด้วยถุงที่มีน้ำติดอยู่ รัดให้แน่นอีกครั้งเพื่อกัน
อากาศเข้า เพราะจะเป็นเหตุ ให้เกิดเชื้อราและยอดเน่าได้ ห่อทับด้วย
กระดาษหนังสือพิมพ์กันแสงแดดอีกชั้น ทิ้งไว้ประมาณ 15 วันก็จะแตก
ใบเล็ก ๆ จึงแกะกระดาษและถุงพลาสติกออกได้ พอกิ่งใบแข็งแรงและ
แตกใบเต็มที่ก็สามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้ตามต้องการ ซึ่งวิธีนี้สามารถ
เพิ่มค่าของต้นโมกธรรมดา ให้มีราคาถึงหลักพันหรือหลักหมื่นได้สบาย
ๆ เลยทีเดียวค่ะ

การลงทุนด้วยภูมิปัญญาและฝีมือของเกษตรกรไทย ผลตอบแทนกลับ
มาก็คือกำไรที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยซึ่งนอกจากจะคุ้มค่าแล้วยังได้ความ
ภาคภูมิใจด้วยค่ะ