น้อย

หน่า

พันธุ์

ใหม่

ของ

ปาก

ช่อง


เมื่อพูดถึงน้อยหน่าหลายคนก็ต้องนึกถึงอำเภอปากช่องกัน เพราะว่าที่นี่เป็นแหล่ง
ปลูกที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย และวันนี้เองชาวปากช่องก็ได้ส่งน้อยหน่า พันธุ์ใหม่
ที่มีผลใหญ่กว่าปกติหลายเท่าตัว ที่สำคัญรสชาดยังอร่อยกว่าเดิมอีกด้วย ....

น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง ที่อยากจะแนะนำให้รู้จักกันนี้ เป็นผลการพัฒนา โดยนักวิจัยจากสถานีวิจัย
ปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้ร่วมกันทำโครงการปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลสกุลน้อยหน่า มาตั้ง
แต่ปี 2536 โดยเฉพาะสายพันธุ์ ลูกผสม อะติมัวย่า ซึ่งภายหลังจากการ ทดสอบมาเป็นเวลานานหลาย
ปีก็สามารถคัดเลือกพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเด่นกว่าพันธุ์พ่อและแม่ที่ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อมาก เมล็ดน้อย
ผลไม่แตก ส่วนเรื่องความหวานน้ำตาลยังชิดซ้ายค่ะ ซึ่งพันธุ์เพชร ปากช่องนี้ก็คือหนึ่งสายพันธุ์ที่ค้นพบ
พูดง่ายๆผสมมาจากน้อยหน่าหนังพื้นบ้านของเรากับน้อยหน่าออสเตรเลีย ช่วงนี้ เกษตรกรที่พอมีกำลัง
ก็เริ่มหันมาทยอยทดลองปลูกพันธุ์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ
คุณเรวัต สายพานวิทยา เจ้าของสวนน้อยหน่ากว่าร้อยไร่ ยังบอกอีกว่า เมื่อพิจารณาคุณสมบัติหลาย ๆ
อย่างของพันธุ์นี้ บอกได้เลยว่าถูกใจเกษตรกรผู้ปลูก เพราะว่านอกจากจะมีรสชาติหวานหอมอร่อย และ
ได้ราคาดีกว่า 2 เท่าตัวแล้ว ถ้ามองในแง่ของการท่องเที่ยว ลักษณะเด่นของรูปทรงที่ใหญ่ สวยคล้าย
รูปหัวใจ มีสีเขียวนวลที่แปลกไม่เหมือนใครนี่เอง ททท.เขาก็สนใจไม่น้อยค่ะ ในอนาคตจะร่วมกันจัด
กลุ่มทำสวนให้เป็นระบบและสวยงามมากกว่านี้ ก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในหน้าผลไม้ที่ขึ้นชื่อของ
ปากช่องได้อีกแห่งหนึ่ง ส่วนช่วงนี้ใครที่อยากลิ้มลองรสชาติก็คงต้องได้แต่นั่ง อิจฉาคนปากช่องเพราะ
ว่ายังเป็นช่วงเริ่มแรกยังไม่มีวางขายในท้องตลาดมากนัก คงต้องรอกันอีกสักระยะค่ะ ....



ด อ ก ไ ม้ จั น ท น์ ก ฤ ษ ณ า
รู้เรื่องเมืองไทยวันนี้จะพาไปรู้จักกับดอกไม้จันทน์ ที่
ถูกต้องตามหลักพิธีกรรมโบราณ ที่ไม่ใช่ทำจาก
กระดาษหรือซังข้าวโพดอย่างเช่นทุกวันนี้ ...

ดอกไม้จันทน์กฤษณาผลิตจากไม้กฤษณาที่มีความหอม
และถือเป็นไม้ชั้นสูง ศักดิ์สิทธิ์ และมีความเป็นสิริมงคล ต้อง
ทำการเพาะปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะ
สามารถนำมาแปรรูปได้ ซึ่งตามความ เชื่อดั้งเดิมของคน
ไทยที่มีพิธีกรรมการเผาศพ เขาถือกันว่ากลิ่นหอมของไม้
กฤษณาจะนำพาดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วให้ ไป
อยู่สวงสวรรค์ คุณป้าเล่าให้ฟังว่าได้ศึกษาหาข้อมูลและทด
ลองทำอยู่นานถึง 4 เดือน จึงได้เริ่มทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ขั้นตอนการทำเริ่มจาก ตัดไม้กฤษณาในส่วนที่เป็นกลิ่น และนำมาไสให้บางจากนั้นตัดเป็นรูปดอกแล้วแต่ว่าจะดีไซน์
ออกมาอย่างไร เช่น ดอกชะบา ดอกกุหลาบ ดอกหน้าวัว จากนั้นนำมาประกอบเข้ากันกับเทียนและธูป ซึ่งก็จะใช้ดอก
กฤษณาเช่นกัน
ส่วนการคัดเลือกวัตถุดิบ ก็อาศัยการดม ซึ่งอายุของไม้
กฤษณาที่นำมาใช้ควรจะมีอายุตั้งแต่ 6-8 ปี จึงจะให้กลิ่น
หอม ช่องทางการตลาดในอนาคต คุณป้าบอกว่ามีแนวโน้ม
ว่าจะส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งในช่วงแรกจะมีเฉพาะกลุ่ม ที่มีกำลังซื้อเท่านั้น เพราะราคาต่อดอกค่อนข้างสูง ดอกไม้
จันทน์จากกฤษณาเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยฝีมือคนไทย ซึ่ง
นอกจากจะเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนแล้ว ยังคงไว้ซึ่ง
ประเพณีดั้งเดิมของคนไทยอีกด้วย