เ ลี้ ย ง ต่ อ ข า ย รั ง อ า ชี พ เ สี่ ย ง ภั ย ข อ ง ช า ว บ้ า น
เมื่อพูดถึงแหล่งอาหารชั้นสูงแล้วหลายคนคงนึกถึงไข่มดแดง แต่ที่เห็นกำลังปีนปายอยู่นี้มัน
เป็นอาหารที่สูงและอันตรายหากถูกมันต่อยเข้า นี่คือรังต่อหัวเสือครับ

ต่อหัวเสือเป็นแมลงที่ดุร้าย หากโดนรุมต่อยหลายๆตัวอาจเสียชีวิตได้ แน๊ะ...พูดยังไม่ขาดคำพี่คนนี้ก็โดน
ต่อยไปเสียแล้ว
ชาวบ้านหนองแคน กิ่งอำเภอวังยาว จังหวัดนครพนมแห่งนี้ พวกเขามีอาชีพเลี้ยงต่อขาย
มานานกว่า 10 ปีแล้ว

วิธีการเอารังต่อที่ก่อรังธรรมชาติมาเลี้ยงไว้ที่บ้านจะต้องทำในเวลากลางคืน หลังจากที่ตัวต่อเข้ารังหมด
แล้ว โดยนำสำลีมาอุดรูทางเข้าออกตัวต่อไว้ก่อน จึงตัดกิ่งไม้ที่ต่อทำรังออกนำพลาสติกหุ้มรังต่อไว้อีกชั้น
หนึ่งเพราะหากตัวต่อสามารถหลุดออกมาได้นั้นหมายถึงว่าไม่ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องโดนต่อยแน่นอน...
ไม่ไช่กำปั่นนะครับแต่เป็นไรพิษจะเจ็บปวดทรมารไปหลายวัน การขนย้ายรังต่อต้องใช้ความระมัดระวัง
ไม่ให้กระทบกระเทือนอาจปริแตกได้แล้วนำมาตั้งไว้ตามจุดต่างๆในบริเวณบ้าน เลือกในจุดที่ผู้คนและ
สัตว์ไม่ค่อยผ่านเข้าถึง เพราะอาจโดนต่อยได้ จากนั้นเปิดรูที่อุดไว้ออก ตัวต่อก็จะออกหาอาหารตามปกติ
ในวันรุ่งขึ้น
วงจรชีวิตของตัวต่อแต่ละรังแรกเริ่ม จะมีขนาดเล็กเท่ากำปั้นมือ ซึ่งจะถูกก่อสร้างขึ้นเรื่อยๆจนโตเด็มที่
ราวๆเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมช่วงนี้แหละครับจะสามารถเก็บเอาตัวอ่อนในรังมาขายหรือปรุงอาหารไม่
ว่าจะเป็น ต้ม ยำ ทำแกงก็ได้ทั้งนั้น รสชาติอร่อยไม่แพ้ไข่มดแดงเชียวครับ หลังจากตัวต่อสร้างรังจน
โตเต็มทีแล้ว พอถึงช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ตัวต่อทั้งหมดก็จะอพยพทิ้งรังจนร้างไปในที่สุด ชาว
บ้านก็นำรังไปขายต่ออีกทอดหนึ่งในราคารังละ 300 บาท ซึ่งในแต่ละปีชาวบ้านที่นี่จะเลี้ยงต่อไว้ครอบ
ครัวละ 20-30 รัง ปีไหนมีน้อยลูกค้าต้องวางเงินมัดจำไว้หากต้องการ

อาชีพเลี้ยงต่อขายรัง เป็นอาชีพไม่มีใครกล้าทำไม่มีคู่แข่งเลี้ยงง่ายไม่ต้องให้อาหาร แต่จะหารู้
ไม่ว่าต้องเสี่ยงภัยอาศัยอยู่กับตัวต่อหัวเสือที่ดุร้าย ที่สักวันมันจะทำร้ายเรา



เ พ า ะ พั น ธุ์ ไ ม้ น้ ำ
ต้นไม้น้ำสวยงามในตู้ปลาที่เห็นอยู่นี้คืออาชีพใหม่ของเกษตรกรใน จังหวัดภูเก็ตที่พวกเขาหันมาเพาะพันธุ์ไม้
น้ำส่งออกไปยัง ยุโรป และอเมริกา กัน
จุดเริ่มต้นเริ่มจากการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ส่งขายตลาดสวนจตุจักร
ทำให้ทราบว่าทางตลาดยังต้องการต้นไม้น้ำที่ประดับในตู้ปลาเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีผู้ผลิตน้อย ทางกลุ่ม
เกษตรกรจึงได้หันมาศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง กว่า 5 ปี แล้ว โดยพื้นที่ในภาคใต้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เป็นอย่างมาก ซึ่งจะสั่งซื้อต้นพันธ์จากทั้งภายในและนอกประเทศ ใช้เวลาเพาะเลี้ยงประมาณ 6 เดือน จึงนำ
ออกจำหน่าย ในราคาต้นละ 30 - 100 บาท สร้างรายได้แก่เกษตรกรตกเดือนละกว่า หนึ่งแสนบาท ทีเดียว

สำหรับสายพันธ์ที่นิยมมากที่สุดคือ ต้นอลูเบียส เนื่องจากเลี้ยงดูง่าย ปัจจุบันตลาดมีความต้องการพันธ์ไม้น้ำ
มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีน ซึ่งในขณะนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต กำลังเผยแพร่สู่เกษตร
กรรายอื่น เพื่อให้การเพาะเลี้ยงพันธ์ไม้น้ำเป็นอีกอาชีพที่สร้างรายได้แก่คนภูเก็ต ค่ะ