วันที่ 1 มีนาคม 2547
" ล้ ำ ค่ า โ บ ส ถ์ ไ ม้ แ ก ะ ส ลั ก "


...
--- ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในโบสถ์หลังนี้เราก็อดทึ่งไม่ได้กับความวิจิตรงดงามของงานไม้แกะสลักรอบ ๆ
อุโบสถหลังนี้ ตั้งแต่ฝาผนังด้านหน้าและหลัง ซึ่งเป็นภาพคราวที่พระพุทธองค์ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน
ส่วนด้านซ้ายและขวาแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้า 10 ชาติ โดยภาพรวมทั้งหมดล้วนแล้วแต่แกะสลักขึ้น
จากไม้สักทองค่ะ ด้านบนเพดานจะเป็นไม้ตะเคียนทองแกะสลักเป็นรูปพระธรรมจักร สัตว์ใน เทพนิยาย ส่วน
หน้าต่างโบสถ์ก็จะพิเศษกว่าส่วนอื่นตรงที่มีอายุยาวนานถึง 100 ปี เพราะเป็นหน้าต่างเก่าที่นำมาจากโบสถ์
หลังเดิมของวัดที่พังลง


...---
สำหรับชุกชีพระประธานก็เป็นไม้สักทองแกะสลักทรงอมแห มีไม้ตะเคียนทองแผ่นเดียวเป็นแท่นรอง
ตัวพื้นโบสถ์นั้นใช้ไม้เพียง 7 แผ่นเท่านั้นค่ะ และที่ดูจะโดดเด่นและเป็นศิลปะ ที่หาชมได้ยากในปัจจุบันนี้
ก็คือ การแกะสลักฝังไม้ที่มองเผินๆก็เหมือนภาพเขียนทั่วไปแต่จริงๆแล้วเป็นการแกะสลักไม้สักทอง และไม้
ตะเคียนทองฝังด้วยไม้โมกมันแสดงเรื่องราวแกะสลักฝังไม้ขึ้นมานี้พระครูสมุทรนันทคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแค
น้อยเป็นผู้ริเริ่มเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้รู้จักกับศิลปะแขนงนี้


.---
แม้ว่าการสร้างโบสถ์หลังนี้จะใช้เวลานานถึง 7 ปี และยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่งานที่ออกมาปรากฏความ
อ่อนช้อยงดงามให้กับผู้พบเห็นได้ไม่น้อยเลยค่ะซึ่งนับเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะ อันล้ำค่าของไทยที่
กำลังจะสูญหายให้คงอยู่คู่กับคนไทยสืบต่อไป ....