วันที่ 1 เมษายน 2547
" ต ก ป ล า ค ล า ย ร้ อ น ต ะ รุ เ ต า "

..... นี่ไม่ใช่ตลาดจำหน่ายปลานะค่ะ แต่เป็นปลาที่บรรดานักกีฬาผู้ชื่นชอบในการใช้เบ็ดเกี่ยวเหยื่อจาก
ท้องทะเลอันดามัน ลงแข่งขันในเกมส์ การตกปลานานาชาติ ตะรุเตา – อาดัง ฟิตชิ่งคลับ ครั้งที่ 9 ซึ่ง
ปีนี้มีนักล่าปลาด้วยคันเบ็ด ลงสนามประลองฝีมือทั้งชาวไทยและมาเลเซียถึง 35 ทีม ด้วยกัน


ส่วนนี่ก็ปลาราหูยักษ์ ที่น้องหนูขอโพต์ท่าถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกหน่อยเพราะตัวโต๊โต แต่ที่เร้าใจและตก
ยากก็เห็นจะเป็นเจ้าปลากระโทงเทง หรือกระโทงร่ม ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัมนี่ละค่ะ ส่วนที่กำลัง
ชักคะเย่อกันสุดฤทธิ์สุดเดชนี้คือปลาตะมะ ตัวโต ที่หนังหนา แต่เนื้อนุ่มค่ะ ว่ากันว่าสนุกและตื่นเต้นเร้าใจ
ขนาดนี้ 1 ปี จะจัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในช่วงเดือนมีนาคม ปีนี้พลาดแล้วพลาดเลยต้องรอปีหน้าโน้นละค่ะ แต่ถ้าไม่แข่งขันกับใครแล้วละก็ ออกทะเลได้ทุกวันเพราะมีเรือให้เช่าเหมาลำไปตกปลากันจนเพลิดเพลิน
ได้ค่ะ

หากไม่ชื่นชอบอยู่บนเรือตกปลากลางทะเลนาน ๆ แล้วละก็ ก็ลองแวะชายหาดตามหมู่เกาะตะรุเตา ซึ่ง
มีเกาะแวดล้อมน้อยใหญ่ ล้วนมีธรรมชาติที่งดงาม หาดทรายขาวสะอาด น้ำใส จนเห็นตัวปลา ให้ได้ลง
เล่นน้ำคลายร้อนในช่วงหน้าร้อนนี้ได้เป็นอบ่างดีเชียวค่ะ ...



" ส า น ฝั น ค รั ว ไ ท ย สู่ ค รั ว โ ล ก "
..... พูดถึงอาหารไทย ซึ่งในขณะนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหลายประเทศ ที่ขึ้นชื่อลือชาก็คงไม่พ้นต้มยำกุ้ง
ผัดไท และข้าวเกรียบปากหม้อ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ความพยายามในการ
ผลักดันให้อาหารไทยก้าวไกลไปยังต่างแดน ก็มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโร้ดโชว์ หรือการเปิดโรงเรียน
สอนการทำอาหาร
และเพื่อให้เกิดมาตรฐานในการทำอาหารไทย จึงได้มีการลงนามความร่วม มือระหว่างสมาคมร้านอาหาร
ไทยใน สหรัฐอเมริกา สถาบันอาหารไทยแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตจัดโครงการเปิด
โรงเรียนสอนทำอาหารเพื่อให้การศึกษาปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนของอเมริกันเข้าร้านอาหารไทย
นอกจากนี้ก็เตรียมจัดงาน ไทยฟู้ด เฟสติวัล 10 เมืองใหญ่ในอเมริกา โดยจะเป็นการจัดงานต่อเนื่องทุกปี ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้เชื่อมั่นว่า จะสามารถพัฒนาและยกระดับให้กับอาหารไทยมีภาพลักษณ์โดดเด่นมาก
ขึ้น และถือว่าเป็นการสร้างบทบาทใหม่ให้กับวงการร้านอาหารไทยในต่างแดนอย่างแท้จริง