วันที่ 2 เมษายน 2547
" ป ล า ก๋ า ว ใ น ก ร ะ ชั ง ท า ง เ ลื อ ก ใ ห ม่ ข อ ง ป ร ะ ม ง ไ ท ย "

..... ปลาขนาดโต อวบอิ่ม ทีเห็นอยู่นี้ละค่ะ คือ ปลาก๋าว ซึ่งเป็นของกลุ่มผู้เลี้ยงปลาก๋าวในกระชังบริเวณ
ชายฝั่งบ้านท่าประดู่ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เค้าบอกว่า ปลาก๋าว เป็นสายพันธุ์ปลาที่เลี้ยงดูง่าย ไม่มีโรค และเป็นที่ต้องการของตลาด แถมได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150 บาท

ที่สำคัญขั้นตอนการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยาก ใช้พันธ์ลูกปลาขนาด 3 นิ้ว ราคาตัวละ 10 บาท อย่างกระชังขนาด กว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตรนี้ เลี้ยงได้ประมาณ 150 ตัว ใช้เหยื่อปลาทูเป็นอาหาร ให้กินวันเว้นวัน เพิ่ม
ปริมาณมากขึ้นตามอายุปลา ใช้เวลาเพียง 1 ปีก็สามารถจับขายได้แล้วค่ะ สนนราคาเฉลี่ยตัวละ 200 บาท ด้านตลาดก็หายห่วงมีร้านอาหารพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาซื้อถึงที่ไม่ต้องออกไปเร่ขายให้เหนื่อยค่ะ

ปลาก๋าว ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกใหม่อีกชนิดหนึ่งของชาวประมงไทย ใครที่สนใจสามารถสอบ
ถามรายละเอียดและขั้นตอนการเลี้ยงได้ที่กลุ่มเลี้ยงปลาในกระชัง บ้านท่าประดู่ อำเภอคลองท่อม ชาว
บ้านเค้ายินดีแนะนำให้ค่ะ ....



" สุ น ัข พิ ทั ก ษ์ ป่ า "
..... เจ้าแดง เจ้าดำ เจ้าด่าง ที่เห็นอยู่นี้ล้วนแล้วแต่เคยเป็นสุนัขเร่ร่อนจรจัดมาก่อน แต่ว่าตอนนี้เห็นมั๊ย
คะว่ามันบุคคลิกท่าทางดี จนไม่เหลือความเป็นสุนัขจรจัดของมันอีกเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าทางอุทยาน
แห่งชาติเขาใหญ่ เขาเล็งเห็นถึงความพิเศษในความเป็นสุนัขของมัน ไม่ว่าจะเป็นการเห็น การได้ยิน การแยกแยะกลิ่น ซึ่งดีกว่ามนุษย์กว่า 1 แสนเท่า รวมทั้งมันยังมีเขี้ยวเล็บที่ใครเห็นแล้วต้องกลัว ก็เลย
นำมันมาฝึกฝนเสียใหม่ในโครงการฝึกสุนัขพันธุ์ไทยเร่ร่อนช่วยปฏิบัติงานป้องกันป่าค่ะ

วิธีการฝึกก็จะเริ่มตั้งแต่การหมอบ การนั่งคอย ฝึกระเบียบวินัย ไปจนถึงการกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง การฝึกโจมตีผู้บุกรุก ฝึกการตรวจค้น ดมกลิ่น สะกดรอย และ การลาดตระเวน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าสุนัขเหล่านี้
ก็ทำได้ดีทีเดียวค่ะ และสุนัขที่ผ่านการฝึกทั้งหมดนี้จะถูกนำไปประจำตามอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ทั่ว
ประเทศเพื่อช่วยงานในการพิทักษ์ป่าอย่างเต็มภาคภูมิ เห็นมั๊ยคะว่า ถ้าเรารู้จักใช้ และเสาะหาคุณค่าใน
แต่ละชีวิตเราก็สามารถที่จะหยิบจับคุณสมบัติเฉพาะตัวเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาลทีเดียวค่ะ