วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547
" ไ ม้ ก ว า ด ด อ ก ห ญ้ า "

....
ไม้กอทรงพุ่ม ใบเขียวเรียวยาวที่เห็นอยู่นี้ มองเผิน ๆ อาจจะคิดว่าเป็นต้นอ้อ แต่จริง ๆ แล้วเค้าเรียกว่า
ต้นไม้กวาดค่ะ เพราะนอกจากใบของมันจะนำมาใช้ห่อขนมมัดจ้างแล้ว ดอกที่เป็นพุ่มเป็นพวงนี่แหละค่ะ ยัง
สามารถนำไปทำเป็นไม้กวาดได้ด้วย ทางโรงเรียนบ้านโป่ง ที่อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ก็เลยนำมาขยาย
พันธุ์และปลูกเป็นแนวรั้ว พอออกดอกก็ให้เด็ก ๆ ตัดมาตากให้แห้ง 2-3 วัน จากนั้นก็นำไปตีเกสรดอกออกให้
หมด เพื่อว่าเวลานำไปทำไม้กวาดแล้วจะได้ไม่มีเกสรร่วงหล่นให้เลอะเทอะนั่นเองค่ะ

....จากนั้นก็นำช่อดอกมามัดรวมกันเป็นกำ ๆ เล็ก แล้วก็เย็บติดกันให้เป็นไม้กวาดด้วยเชือกพลาสติก มัดให้
แน่นและสวยงาม เสร็จแล้วก็นำไปเข้าด้าม ตัดแต่งให้ดูดีอีกครั้ง เท่านี้เราก็จะมีไม้กวาดไว้สำหรับกวาดบ้าน
แล้วค่ะ เด็ก ๆ ที่นี่ฝึกทำจนชำนาญ ชั่วโมงหนึ่งก็ได้ตั้ง 2-3 อัน ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณใน
การซื้อไม้กวาดของโรงเรียนไปปีละเกือบ 2 หมื่นบาทแล้ว ยังนำไปขายในชุมชนได้ด้วยค่ะ

.....
โครงการต่อไปที่โรงเรียนจะทำก็คือการขยายแปลงปลูกต้นไม้กวาดให้มีปริมาณมากขึ้น เพื่อที่จะให้
นักเรียนได้ผลิตไม้กวาดขายได้ตลอดทั้งปี เพราะตอนนี้ตลาดเริ่มตอบรับไม้กวาดฝีมือนักเรียนมากขึ้น เนื่อง
จากเป็นสินค้าคุณภาพทั้งในด้านความเหนียวแน่น ทนทาน ไม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งเด็ก ๆ ก็จะมีรายได้มาเป็นทุน
การศึกษา ช่วยเหลือครอบครัว ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาเก่าแก่ของคนไทยเอาไว้ด้วยค่ะ




" โ ร ง พั ก แ บ บ พ อ เ พี ย ง "

....
ที่สถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานีแห่งนี้แหละครับ ที่เค้ามีการนำโครงการ
เศรษฐกิจแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงมาทำให้โรงพักแห่งนี้น่าอยู่ขึ้นอีกครับ ในเวลาราช -
การเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งนี้ก็ปฏิบัติงานกันอย่างแข็งขันไม่ต่างจากที่อื่น แต่พอเลิกงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นี่ก็
เปลี่ยนเป็นเกษตรกรกันทันที จากพื้นที่ของโรงพักที่เหลือว่างอยู่จะปล่อยทิ้งไว้ให้หญ้าขึ้นก็เปล่าระโยชน์ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงจึงได้เกิดขึ้นมา เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วที่ใครผ่านไปมาจะเห็นบริเวณหน้าโรงพัก
แห่งนี้ปลูกพืชผักที่สลับผลัดเปลี่ยนกัน รวมทั้งการทำนาข้าว มาช่วงนี้หมดฤดูทำนาก็หันมาปลูกข้าวโพดกัน บ่อน้ำด้านหลังก็ขุดลอกทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาหลากหลายชนิด รวมทั้งบ่อเลี้ยงกบที่สามารถขยายพันธุ์กันเอง
ได้ด้วยครับ


....
นอกจากจะแบ่งปันกันนำไปเป็นอาหารที่เรียกว่าแทบจะไม่ต้องใช้จ่ายให้สินเปลืองเงินเดือนกันแล้ว
ผลผลิตที่เหลือก็สามารถนำไปจำหน่ายให้กับชาวบ้านข้างเคียง เงินที่ได้ก็จะนำมาเป็นทุนสำหรับดำเนิน
โครงการรวมทั้งเป็นกองทุนในการหยิบยืมของครอบครัวตำรวจที่นี่ด้วยครับ

.....
นอกจากจะเป็นโรงพักแบบพอเพียงแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชาวบ้านใกล้เคียง และยัง
เป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่จะคอยดูแลชาวบ้านไปพร้อมกันซึ่งก็เหมาะสมแล้วที่จะได้รับรางวัลสถานีตำรวจเพื่อ
ประชาชนดีเด่นจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ ....