วันที่ 17 พฤษภาคม 2547
" ข้ า ว ซ้ อ ม มื อ แ บ บ โ บ ร า ณ ยั ง มี อ ยู่ ที่ น ค ร น า ย ก "

..
.
... ชาวนาสมัยนี้ส่วนใหญ่จะขายข้าวให้กับโรงสีที่ไปทำเป็นข้าวสารอย่างในปัจจุบัน แต่ว่า
ชาวนาที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่จังหวัดนครนายก เค้ากลับนำข้าวที่ปลูกได้มาทำเป็นข้าวซ้อมมือ
ที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร ซึ่งนอกจากจะเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวที่ผลิตได้แล้ว ยังเป็นการ
อนุรักษ์การสีข้าวแบบโบราณเอาไว้ด้วย

...


ชาวบ้านสูงวัยกลุ่มเล็ก ๆ ที่ยังคงเห็นคุณค่าของการทำข้าวซ้อมมือแบบโบราณ ที่จะพาไปดูในวันนี้ อยู่ที่บ้านบุหย่อง ตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกค่ะ พี่อุบล ชะบาทอง ผู้ใหญ่บ้านที่นี่เล่า
ให้ฟังว่า พื้นเพเดิมชาวบ้านก็ทำนาปลูกข้าวกันอยู่แล้ว ก็เลยคิดถึงการอนุรักษ์ และเพิ่มคุณค่าให้กับข้าว
ที่ผลิตได้ จึงคิดรวมกลุ่มกันทำข้าวซ้อมมือ โดยใช้ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงล้วน ๆ ซึ่งขั้นตอนจะเริ่ม
ตั้งแต่การนำข้าวเปลือกไปตากแดดประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อให้เปลือกกรอบ นำมากระเทาะเปลือกออก
ด้วยสีโม่ แยกเม็ดข้าวและแกลบด้วยสีฟัด จากนั้นก็เอาไปใส่ครกเพื่อทำการซ้อมมือประมาณ 15 นาที ร่อนรำออก ก็จะได้ข้าวซ้อมมือบรรจุถุงออกจำหน่ายได้แล้วค่ะ


ข้าวซ้อมมือแบบโบราณจะให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน บี 1 และ บี 6 ที่ช่วย
บำรุงประสาท และกล้ามเนื้อ ช่วยให้อยากทานอาหาร ป้องกันโรคเหน็บชา และต้านการเกิดโรคมะเร็ง
ด้วย ส่วนการหุงก็เหมือนกับการหุงข้าวทั่วไปนี่แหละค่ะ สำหรับเรื่องราคา เค้าจำหน่ายอยู่ที่ถังละ 370 บาท แต่ถ้าถุงละ 5 กิโลกรัม เค้าขายแค่ถุงละ 120 บาทเท่านั้นค่ะ



" เ ท ศ ก า ล จั บ ป ล า บึ ก ล่ า เ พื่ อ ก า ร อ นุ รั ก ษ์ "

..
.
... น้ำโขงแม่น้ำสายใหญ่ ถิ่นกำเนิดของความมหัศจรรย์อันหลากหลาย รวมไปถึงเป็นแหล่งกำเนิด
ของปลาบึกปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในทุกวันที่ 18 เมษายนของทุกปี พิธีบวงสรวงพญานาค
โยนกนครจะมีขึ้น ณ บริเวณ บ้านหาดไคร้ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า
ฤดูกาลแห่งการจับปลาบึกได้เริ่มขึ้นและจะมีไปจนกระทั่งถึงฤดูน้ำหลากหรือประมาณปลายเดือน
พฤษภาคม การจับปลาบึกของอำเภอเชียงของ ทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณและเนื่องจากเนื้อของปลาบึก
มีรสชาดเป็นที่นิยมของนักบริโภค และมีราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งส่งผลให้ปลาบึกมีจำนวน
ลดลงอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันการจะจับปลาบึกได้แต่ละตัวกลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และได้รับความ
สนใจเพราะเป็นสิ่งที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก

...


การปรับรูปแบบการจับปลาบึกของชาว อ.เชียงของจึงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเริ่มให้ความสนใจทั้งในส่วน
ของประชาชนในท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐ โดยจากเดิมที่จับเพื่อการบริโภคและการค้าแต่เพียงอย่าง
เดียวกลับกลายมาเป็นการจับเพื่อรักษาประเพณี วัฒนธรรมให้คงอยู่กับวีถีชีวิตในชุมชนควบคู่กับการ
อนุรักษ์พันธุ์ปลาหรือที่เรียกกันว่าการอภิบาลปลาบึกนั่นเองค่ะ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีการนำเอาปลาบึกที่จับ
ได้แต่ละตัวขายให้กับทางชมรมอนุรักษ์ปลาบึกหรือกรมประมงและให้ทางประมงจังหวัดเข้ามาตรวจ
สอบความสมบูรณ์เพื่อนำมาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในการผสมเทียมและขยายพันธุ์ปล่อยลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป


การจับปลาบึกได้ในแม่น้ำโขงถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่แสดงให้เห็นว่าถิ่นไทยงามแห่งนี้ยังคงมีความ
อุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินและลำน้ำ การตื่นตัวในการอนุรักษ์พันธุ์ปลาบึก ลดการทำลายระบบนิเวศน์ใน
ลำน้ำโขงก็คงจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความสมดุลย์ และรักษาพันธุ์ปลาบึกให้คงอยู่คู่กับ
ตำนานแห่งลำน้ำอันยิ่งใหญ่ต่อไป