|
ขนมครกสูตรโบราณร้อนๆหอมกรุ่น
จากเตาถ่าน ที่ผู้เฒ่าผู้แก่ และชาวบ้าน อำเภอบางคนที ลงแขกช่วยกันโม่แป้ง
นำมาหยอด มาแคะกันเป็นแถวยาวนับ 10 เตา ใต้ศาลาวัดแก่นจันทน์เจริญ
ก็เพื่อ เพื่อนำไปร่วมตักบาตรขนมครก
น้ำตาลทราย ซึ่งเป็นประเพณี วัฒนธรรมอันเก่าแก่ ของท้องถิ่นที่ยึดถือปฎิบัติกันมาช้านานกว่า
100 ปีตั้งแต่รุ่น
คุณทวด ซึ่งพบเห็นได้ที่นี่แห่งเดียว และจัดขึ้นเพียงปีละครั้ง
ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี
เมื่ออาทิตย์เริ่มทอแสง ญาติโยมในละแวกใกล้เคียงจะทยอยมาซื้อขนมครก
และน้ำตาลทรายเพื่อร่วมตักบาตร
โดยเงินทองที่ได้จะถวายวัดทั้งหมด สายๆคุณครูโรงเรียนวัดแก่นจันทน์ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัด
ก็จะให้ทายาทวัฒนธรรม
ทั้งเด็กเล็กเด็กโตทั้งโรงเรียนกว่า 100 คน มาร่วมตักบาตร
เพื่อให้ซึมซึม และช่วย สืบทอดประเพณีอันดีงามไว้ให้
คนรุ่นหลัง
เจ้าอาวาสที่เล่าว่าประเพณีเก่าแก่นี้ มาจากหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
ในธรรมบทภาค 2 เรื่องโกสิยะ เศรษฐี
ผู้มีความตระหนี่ถี่เหนียว โดยพระองค์ต้องการสั่งสอนเศรษฐีจอมขี้เหนียวคนหนึ่ง
ที่เห็นยาจกกำลังกินขนมครกเกิด
อยากกินบ้าง แต่ด้วยความขี้เหนียวจึงอดกลั้นไว้ เพราะถ้าซื้อหรือทำกิน
จะสิ้นเปลืองเงินทอง แต่เมื่อภรรยา
รู้จึงแอบทำขนมครกให้สามีกินคนเดียว เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง
จึงตรัสให้พระโมคคัลลานะเดินทางไปแสดงธรรม
ของพระรัตนตรัยทั้ง 3 พร้อมแสดงผลทานแก่เศรษฐีผู้นี้ เมื่อเศรษฐีจอมขี้เหนียวได้ฟัง
จึงเลื่อมใส และเปลี่ยนเป็น
คนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แต่นั้นมา
และทุกวันนี้ มีเพียงชาวบ้าน และทางวัดช่วยกัน ถักทอเชื่อมต่อสายใยวัฒนธรรมชิ้นนี้เอาไว้
ไม่มีหน่วยงานของ
ภาครัฐ หรือองค์ต่างๆในชุมชนมาช่วยสนับสนุน จึงน่าห่วงว่ายิ่วเลาล่วงเลยเลยจะยิ่งหาผู้สืบทอดมรดกทาง
วัฒนธรรมชิ้นนี้ได้น้อยลงทุกที
|