นับร้อยปีแล้วที่มะม่วงหิมพานต์ ผลไม้พื้นบ้านของภาคใต้มีการใช้ประโยชน์เพียงเมล็ดเท่านั้น ทั้งที่
ชาวบราซิลเขานิยมดื่ม เพราะมีคุณสมบัติทางยาแต่เมืองไทยวันนี้มีการผลิตน้ำมะม่วงหิมพานต์ขึ้น
เป็นแห่งแรกของเมืองไทยและแห่งเดียวในเอเซียคุณศิริพร ธรรมเดชะ จะพาไปชมว่าอยู่ส่วนไหนของ
เมืองไทย



น้ำผลไม้สีสวยในแก้วใสที่ใครต่อใครได้ลิ้มลอง แล้วติดอกติดใจในรสชาดก็คือ น้ำมะม่วงหิมพานต์ หรือจะเรียกให้
เก๋ไก๋เป็นภาษาอังกฤษว่า น้ำแคชชูวี่ ซึ่งเป็นความสำเร็จอันงดงาม ที่บริษัทศรีศุภลักษณ์ ออคิด จังหวัดภูเก็ต
ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในโครงการชุบชีวิตธุรกิจไทย และมีคณะอาจารย์มหาวิทยาลัย
สงขลานครินทร์ร่วมวิจัย จนสามารถผลิตน้ำแคชชูวี่เข้มข้นรสชาติดี และมีคุณสมบัติทางยาให้ทั้งชาวไทยและ
ต่างชาติได้ลิ้มลองเป็นแห่งแรกของเมืองไทย และแห่งเดียวในภูมิภาคเอเซีย

นานนับ 100 ปีแล้วที่มะม่วงหิมพานต์ผลไม้พื้นบ้านของภาคใต้ มีการใช้ประโยชน์เพียงเมล็ด ส่วนลูกก็ทิ้งอย่าง
ไร้ค่า ทั้งที่ชาวบราซิลนิยมดื่มมานานแล้ว เพราะเชื่อว่าสามารถรักษา โรคบิดเรื้อรัง บรรเทาโรคปวดตามข้อ กระตุ้น
ความจำ ซึ่งตรงกับข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่กล่าวถึงสรรพคุณน้ำมะม่วงหิมพานต์ว่า แก้เจ็บคอ โรคกระเพาะ ขับเหงื่อ แก้อาเจียน ขับปัสสาาวะ และรักษาโรคบิดเรื้อนในลำไส้ เพราะมีสารอาหารทั้งวิตามินซี แคลเซี่ยมฟอส-
ฟอรัส เหล็กและอีกมากมายที่มีประโยชน์กับสุขภาพ

น้ำแคชชูวี่เข้มข้น 1 ขวดสามารถผสมกับโซดา วอดก้า หรือบรั่นดี ได้ 20 ครั้งค่ะ ซึ่งนับเป็นทางเลือกใหม่ของ
เครื่องดื่มภูมิปัญญาไทย ที่อนาคตน่าจะสดใสไปอีกนาน

สอบถามรายละเอียด : โทร.076-272-915-8