- การบินไทยส่งผู้โดยสารตกค้างไปเฉิงตูแล้ว
- ลุ้นศาลสั่งคดีหวยเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีคลัง
- การบินไทยเตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินไปเฉินตูในวันพรุ่งนี้
- ไทยสูญเสียรายได้ท่องเที่ยวจากจีน 100 ล้านบาท
- วัสดุก่อสร้างแห่ขึ้นราคา
- สำนักแผ่นดินไหวเตือน จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมากขึ้น
- ข้าวธงฟ้า 73,000 ถุงขายหมดภายในครึ่งวัน
- รมว.คลังไฟเขียว คปภ.จัดการบริษัทประกันขาดสภาพคล่อง
- ดีเดย์เชือดบริษัทประกันกองทุนขาด 15 พ.ค.
- การบินไทยและรอยัลบรูไนทำการบินร่วม
- พลังงาน เผยตัวเลขใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น




การบินไทยส่งผู้โดยสารตกค้างไปเฉิงตูแล้ว

การบินไทย จัดเครื่องบินส่งผู้โดยสารตกค้างออกเดินทางไป
เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนแล้วเช้าวันนี้ โดยมีผู้โดยสารทั้งนัก-
ท่องเที่ยว นักธุรกิจ เดินทางเต็มเที่ยวบินกว่า 200 คน




เช้านี้การบินไทยเปิดทำการบินในเที่ยวบินที่ ทีจี 618 เดินทางจาก
สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินเฉิงตู ในมณฑลเสฉวนแล้ว หลัง-
จากเที่ยวบินถูกยกเลิกไปเมื่อวานนี้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใน
มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งผลให้มีผู้โดยสารตกค้าง
เมื่อวานนี้กว่า 100 ราย


โดยเที่ยวบินที่ออกเดินทางในเช้าวันนี้ การบินไทย ได้จัดเครื่องบินแอร์บัส 300-600 ซึ่งเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่
รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 260 ที่นั่ง รองรับการเดินทางของผู้โดยสารที่ตกค้างเมื่อวานและผู้โดยสารที่ต้องการ
เดินทางในวันนี้ โดยเที่ยวบินดังกล่าวออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 10.45 น. ซึ่งพบว่า มีผู้โดยสาร
ออกเดินทางไปกับเที่ยวบินดังกล่าวจำนวน 223 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไป
ติดต่อธุรกิจที่เมืองเฉิงตู รวมไปถึงผู้โดยสารที่มีการสำรองที่นั่งไว้แล้ว อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้โดยสารที่เดินทางไป
กับกรุ๊ปทัวร์ได้มีการปรับเปลี่ยนปลายทาง จากเมืองเฉิงตูไปยังเมืองกวางเจาแทนแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้จำนวน 1 กรุ๊ป
ผู้โดยสารประมาณ 70 คน ส่งผลให้เที่ยวบินไปเฉิงตูในเช้าวันนี้ยังมีที่ว่าง




นายชัยฤทธิ์ ลักษณ์ธนากุล หนึ่งในผู้โดยสารตกค้างจากการยกเลิกเที่ยวบินเดินทางไปเมืองเฉิงตูเมื่อวานนี้ และ
วันนี้ยังยืนยันการเดินทางไปเมืองเฉิงตู โดยกล่าวว่า มั่นใจกับการเดินทางไปเฉิงตู แม้ว่าเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์แผ่น-
ดินไหว แต่ก็ติดตามข่าวสารจากเพื่อนและคู่ค้าที่เฉิงตูตลอด และเหตุผลจำเป็นที่ทำให้ต้องเดินทางไปในช่วงนี้
เนื่องจากมีนัดหมายติดต่อธุรกิจไว้ที่เฉิงตู ประกอบกับได้นัดหมายแพทย์แผนจีนไว้ เพื่อทำการรักษาอาการป่วย
ของญาติ ซึ่งเมื่อวานนี้เที่ยวบินถูกยกเลิกไปจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปวันนี้แทน




ขณะที่ มิส หงษ์ เชียว ชาวเฉิงตู ที่เดินทางมาศึกษาในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญของไทย ได้ยืนยันการเดินทางไป
เฉิงตูกับเที่ยวบินวันนี้เช่นกัน โดยระบุว่า เมื่อทราบข่าวการเกิดแผ่นดินไหว ก็รู้สึกเป็นห่วงพ่อแม่และญาติพี่น้องที่
อยู่ในเมืองเฉิงตู แต่เมื่อสอบถามก็ทราบว่าทั้งหมดปลอดภัยดี และที่เดินทางในครั้งนี้เนื่องมาจากตนเรียนจบแล้ว
และต้องการเดินทางกลับบ้านที่เฉิงตู โดยได้สำรองตั๋วโดยสารไว้แล้ว และไม่ต้องการยกเลิกการเดินทาง




ทั้งนี้มีรายงานจากบริษัทการบินไทยว่า เที่ยวบิน ทีจี 619 เส้นท างขากลับ เฉิงตู-สุวรรณภูมิ ในวันนี้ จะเดินทางมา
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 18.05 น. มีผู้โดยสารยืนยันการเดินทางทั้งสิ้น 243 คน โดยเป็นการยุบรวมเที่ยวบิน
ของวันที่ 13 และ 14 พฤษภาคมเข้าด้วยกัน ซึ่งผู้เดินทางในเที่ยวบินทีจี 619 ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย
และกลุ่มนักธุรกิจที่เสร็จสิ้นภาระกิจในเมืองเฉิงตูแล้ว (14/05/51)






ลุ้นศาลสั่งคดีหวยเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีคลัง

ศาลฎีกานั่งบัลลังก์พิจารณาสั่งคดีหวยบนดินที่ คตส. ยื่นฟ้อง
วันนี้ หากรับฟ้องอาจกระทบต่อสถานะของรัฐมนตรีหลายคน
ของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย ขณะที่เจ้าตัว
ปิดปากยังไม่ออกความเห็นว่าจะทำอย่างไร ขอรอดูคำสั่ง
ศาลก่อน



โดยวันนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
องค์คณะผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีการออกสลากพิเศษเลขท้าย
3 ตัว 2 ตัวหรือหวยบนดิน ได้นัดฟังคำสั่งว่า จะประทับรับฟ้องคดี
ตามที่ คตส. ได้มอบหมายให้ทีมทนายความจากสภาทนายความยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา



โดยในคดีนี้ มีผู้ที่ถูกฟ้องทั้งสิ้น 47 ราย แบ่งเป็นในส่วนข้าราชการ 17 ราย อาทิ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระ-
ทรวงการคลัง รวมทั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลัง และหน่วยงานอื่น หากยึดตามกฎหมาย ปปช. อาจ
ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่หากศาลรับฟ้องฯ ซึ่งจะทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นภายในกระทรวงอย่างแน่นอน




ส่วนรายชื่อกลุ่มผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่จะต้องถูกดำเนินคดี มี17 คน ซึ่งหากศาลตัดสินว่า บุคคล
ทั้งหมดกระทำความผิดจริง ก็จะต้องมีส่วนร่วมในการชดใช้ค่าเสียหายคดีหวยบนดินทั้งหมดรวมทั้งต้องออกจาก
ราชการซึ่งหลายคนก็เกษียณไปแล้ว



ที่เหลือเป็นอดีต ครม.สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกอบด้วย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตีรและ รมว.
คลัง / นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม และบอร์ดสำนักงานสลากกิน
แบ่งรัฐบาล




ขณะที่ น.พ.สุรพงษ์ ซึ่งถูกกล่าวหา ขณะดำรงตำแหน่งรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารปิดปากเงียบยัง
ไม่ออกความเห็นว่าจะทำอย่างไร ขอรอดูคำสั่งศาลก่อน




แต่ก่อนหน้านี้ นายแพทย์สุรพงษ์ได้แสดงความมั่นใจว่า กรณีดังกล่าว ไม่น่าจะมีปัญหาให้ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่
เนื่องจากได้พ้นจากตำแหน่งมา 2 ปีแล้ว โดยยกกรณีเทียบเคียงกับข้าราชการ 2 คน ในปี 2545 ที่คณะกรรมการ
ป.ป.ช.มีมติไม่ดำเนินการฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 2 ราย เพราะถูกกล่าวหาพ้นจากหน้าที่เกิน 2 ปีแล้ว




ด้านนายกสมาคมผู้ค้าสลากเลขท้าย ห่วงคำตัดสินของศาลในวันนี้ เพราะถ้าศาลฯรับฟ้อง รมว.คลังคงไม่กล้าเดิน-
หน้าโครงการต่อไป แม้จะไม่มีผลให้ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ก็ตามขณะที่พรบ.สลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับใหม่ก็อยู่
ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งยืดเยื้อมานานแล้ว




แต่หากศาลไม่รับฟ้อง นายวันชัย สุระกลุ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บอกว่า กองสลากฯก็พร้อมที่จะเดิน
หน้าโครงการหวย 2 ตัว 3ตัวทันที โดยที่ผ่านมาได้ประสานงานกับบริษัทล็อกซเล่ย์มาโดยตลอด ล่าสุดได้มีการ
ทดลองระบบในส่วนของเครื่องที่ติดตั้งไว้แล้ว 6,000 เครื่องทั่วประเทศ หากมีนโยบายที่ชัดเจนลงมาก็สามารถ
ปฏิบัติได้ทันที ซึ่งกรณีนี้น่าจะเป็นการจำหน่ายหวยด้วยเครื่องและออกตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปี
2517 มาตรา 22 ที่อนุญาตให้ทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่มีการจัด สัดส่วนเงินรางวัลให้ชัดเจน ที่กำหนดให้เงิน 60%
เป็นเงินรางวัล 28% เป็นรายได้ที่นำส่งเข้ารัฐ และ 12% เป็นค่าบริหารจัดการ เพราะหากออกหวยตามพ.ร.บ.ฉบับ-
ใหม่จะต้องรออีกนานเพราะอยู่ ระหว่างการตีความของศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายการเงิน
หรือไม่ นอกจากนี้ในกฎหมายใหม่ยังระบุให้มีการสรรหา กรรมการแบบใหม่ ทำให้ต้องมีขั้นตอนอีกมาก กว่าจะใช้
กฎหมายนี้คงจะเกือบปลายปีแล้ว (14/05/51)






การบินไทยเตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินไปเฉินตูในวันพรุ่งนี้

การบินไทยเตรียมจัดเครื่องบินขนาดใหญ่ เพื่อรองรับผู้โดย-
สารที่ตกค้างจากการยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับ ที่จะเดินทาง
ไปเมืองเฉินตู สาธารณรัฐประชาชนจีนในวันนี้ โดยจะทำการ
บินตามปกติในวันพรุ่งนี้ทันทีหากได้รับคำยืนยันจากสนาม
บินเฉินตู ว่าสามารถเปิดให้บริการเที่ยวบินต่างประเทศได้




จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชน
จีน เมื่อวานนี้ส่งผลให้วันนี้การบินไทยต้องทำการยกเลิกเที่ยวบินไป-
กลับ ที่จะเดินทางไปเมืองเฉินตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจาก
สนามบินเฉินตู ยังไม่เปิดให้บริการเที่ยวจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้การบินไทยจะจัดเตรียมเครื่อง
บินที่มีขนาดใหญ่ และจำนวนที่นั่งมากขึ้น เพื่รองรับผู้โดยสารที่ตกค้างในการเดินทางวันนี้ โดยจะเริ่มเดินทางทันที
หากได้รับการยืนยันจากสนามบินเฉินตู ว่าสามารถเปิดให้บริการเที่ยวบินต่างประเทศได้ อย่างไรก็ตามการบินไทย
จะประเมินสถานการณ์ดังกล่าววันต่อวัน และจะแจ้งรายละเอียดให้กับผู้โดยสารทราบต่อไป นอกจากนี้การบินไทย
ยังได้นำส่งสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยจะนำส่งไปกับเที่ยวบิน
กรุงเทพ-เฉินตู ทันทีที่สนามบินเปิดให้บริการ



ทั้งนี้การบินไทยได้ทำการบินเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เฉินตู วันละ 1 เที่ยวบิน ในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์
และอาทิตย์



สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กิส ในสหภาพพม่า เรืออากาศโทอภินันท์
สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย บอกว่า การบินไทยนั้นได้รวบรวมสิ่งของ เช่น ผ้าห่ม พาชนะ
บรรจุอาหาร อาหารแห้ง น้ำ ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม จำนวนกว่า 9 หมื่นชิ้น ไปยังสหภาพพม่า โดยเที่ยวบินที่
ทีจี 305 ซึ่งจะออกจากกรุงเทพฯในวันนี้เวลา 17.50 น. ถึง กรุงย่างกุ้ง เวลา 18.45 น. สำหรับผลกระทบที่การบิน-
ไทยได้รับหลังจากเกิดพายุไซโคลนนาร์กิส ทำให้การบินไทยต้องหยุดทำการบินไปกรุงย่างกุ้งในวันที่ 3 และ 4
พฤษภาคม และขณะนี้ได้ทำการบินปกติแล้ว วันละ 2 เที่ยวบิน โดยปัจจุบันการบินไทยทำการบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารประมาณ 80% ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์
พายุไซโคลนนาร์กิส ในสหภาพพม่า ประมาณสัปดาห์กว่าๆ ยังพบว่าปริมาณผู้โดยสารยังคงอยู่ในระดับปกติ (13/05/51)





ไทยสูญเสียรายได้ท่องเที่ยวจากจีน 100 ล้านบาท

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชี้ไทยจะสูญเสียรายได้ด้านท่องเที่ยวจากมณฑลเสฉวนประมาณ 100 ล้านบาท




นายเอนก ศรีชีวชาติ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากการเกิดแผ่นดิน-
ไหวในมณฑลเสฉวนว่า คงจะกระทบในช่วงสั้นเท่านั้น เพราะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของมณฑลนี้ เช่น
จิวไจ่โก หลวงพ่อโตสมัยราชวงศ์ถัง ภูเขาง้อไบ๊ และตูเจียงเอี้ยน หรือระบบชลประทานที่มีอายุถึง 2,000 ปี ไม่ได้
เสียหาย โดยมั่นใจว่า รัฐบาลจีนจะเร่งบูรณะโดยเร็ว เพราะมีเงินเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยอมรับว่าจะส่งผล
กระทบต่อจิตวิทยา ทำให้คนในมณฑลเสฉวนไม่ออกมาท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน รวมถึง
ประเทศไทย ซึ่งแต่ละปีจะเดินทางมาท่องเที่ยวทะเลของไทยประมาณปีละ 7-80,000 คน ส่วนใหญ่จะมาในช่วง
วันชาติของจีนในช่วงวันตรุษจีน วันแรงงาน และวันชาติ ของจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม (13/05/51)





วัสดุก่อสร้างแห่ขึ้นราคา

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อ
ราคาวัสดุก่อสร้างโดยตรง เหล็กเส้นปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 70%




จากการสำรวจราคาวัสดุก่อสร้างในย่านต่างๆ ของ กทม.พบว่า สินค้า
ทุกชนิดปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าหลักอย่างเช่น ปูนซีเมนต์
ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นถุงละ 8-10 บาท ในช่วงปลายเดือนเมษายน
ที่ผ่านมา โดยเอเย่นต์อ้างว่าต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งเพิ่ม เช่น
ปูนตราเสือ เพิ่มขึ้นถุงละ 124 บาท เป็นถุงละ 134 บาท ปูนทีพีไอ.
จากถุงละ 112 บาท เป็นถุงละ 120 บาท



วัสดุก่อสร้างที่มีการปรับราคามากที่สุด คือ เหล็กเส้น ซึ่งได้มีการปรับต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และมีการ
ปรับมากทุกสัปดาห์ในช่วงเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม รวมแล้วมีการปรับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 70 เช่น เหล็กเส้น
ขนาด 6 มิลลิเมตร จากเดิมเส้นละ 45 บาท เป็น 68 บาท เหล็กเส้นขนาด 12 มิลลิเมตร จากเดิมเส้นละ 180 บาท
เป็น 238 บาท การปรับราคาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ก่อนขายทุกครั้งจะต้องตรวจสอบจากราคาจากเอเย่นต์ก่อน
เพราะไม่สามารถจดจำราคาได้ อีกทั้งราคาตะปู ก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ขณะนี้ราคา 1 ลัง (ขนาด 18
กิโลกรัม) เพิ่มขึ้นจาก 430 บาท เป็น 880 บาท นอกจากนี้ทรายและหิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผสมปูน
ก็มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมคิวหรือลูกบาศก์เมตรละ 20 บาท และสังกะสี ก็มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นด้วย โดย
เพิ่มขึ้นฟุตละ 1 บาท จาก 17 บาท เป็น 18 บาท




การปรับราคาของวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายของร้านค้าวัสดุ
ก่อสร้างลดลงกว่า 40% โดยเฉพาะโครงการหมู่บ้านจัดสรร ได้มีการชะลอการสั่งซื้ออย่างมาก (13/05/51)




สำนักแผ่นดินไหวเตือน จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมากขึ้น

สำนักแผ่นดินไหวอุตุนิยมวิทยาเตือนปีนี้ จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมากขึ้น พร้อมทั้งระบุรอยเลื่อนใน
ประเทศไทยสองแห่ง ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ ขณะที่แผ่นดินไหวซึ่งเกิดขึ้นในประเทศจีน จนกรุงเทพมหา-
นครรู้สึกได้นั้น เนื่องจากกรุงเทพตั้งอยู่บนดินอ่อน





นางสุมาลี ประจวบ ผู้อำนวยการสำนักแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า ทุกวันนี้สำนักแผ่นดินไหวได้ทำการ
ติดตั้งระบบเฝ้าระวังและตรวจวัดแผ่นดินไหวทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านไว้ 15 จุด เป็นระบบดิจิตอล
รวมทั้งได้ประสานงานกับเครือข่าย IRIs ซึ่งเป็นศูนย์เฝ้าระวังและตรวจวัดของประเทศสหรัฐฯ ในการรับ-ส่งข้อมูล
แผ่นดินไหวทั่วทั้งโลก ทำให้ประเทศไทยสามารถรู้ว่า เกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่ประเทศจีนได้ภายในเวลา 5-10 นาที
และหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่บริเวณเกาะนิโคบา ก็จะรู้ได้ภายในเวลา 5 นาที โดยถ้าเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น
ในประเทศเพื่อนบ้าน และส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มีความแรงตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป หรือทำให้รู้สึก ทาง
สำนักแผ่นดินไหวก็จะประกาศให้ประชาชนรับรู้ได้ทันที




สำหรับการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศจีนครั้งนี้ ผอ.สำนักแผ่นดินไหวบอกว่า เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นลอย
เลื่อนบนแผ่นดินที่มีชื่อเรียกว่า ยูเรเซี่ยน และถึงแม้จะอยู่ห่างจากกรุงเทพถึง 2 พันกิโลเมตร แต่ก็สามารถรับรู้ได้
ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้น เนื่องมาจากกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนพื้นที่อ่อน จึงสามารถรับรู้และสั่นสะเทือนได้ สำหรับ
รอยเลื่อนของประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย หลักๆ มี 2 รอยเลื่อนคือ
1.รอยเลื่อนยูเรเซี่ยน ที่อยู่ในประเทศจีน และ
2.รอยเลื่อนอินเดี้ยน ออสเตรเรีย ที่อยู่แถวๆ เกาะนิโคบา



ทั้งนี้ ผอ.สำนักแผ่นดินไหวบอกว่า ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว จนกระทั่งเกิดสึนามิครั้งนั้น ทำให้ทั่วโลกเกิดแผ่นดิน-
ไหวแรงๆ ขึ้นมากหลายเท่าตัว เนื่องจากเป็นการปลดปล่อยพลังงานของโลก เรียกว่าเป็นช่วงแอคทีฟ และเมื่อรอย
เลื่อนหนึ่งเกิดขยับ จะส่งผลทำให้รอยเลื่อนแผ่นอื่นๆ ขยับตามไปด้วย และคาดว่าปีนี้จะเกิดแผ่นดินไหวในประเทศ
เพื่อนบ้าน ที่มีแรงสั่นสะเทือนมากกว่า 7 ริกเตอร์ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง



หันกลับมาดูประเทศไทยบ้าง พบว่ามี 13 รอยเลื่อน ที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ โดยรอยเลื่อนที่ต้องจับตา
มากที่สุดคือรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ ที่เมื่อสอง 2526 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุด
วัดได้ถึง 5.9 ริกเตอร์ และปีนี้น่าจะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงจาก 2 รอยเลื่อนนี้ขึ้นได้



สำหรับวิธีการป้องกัน หากเกิดแผ่นดินไหว ทางสำนักแผ่นดินไหวบอกว่า ผู้ที่อยู่ในอาคารสูง ห้ามวิ่งลงจากอาคาร
ทันที โดยให้หลบอยู่ใต้โต๊ะ จนกว่าจะสงบ ถึงค่อยออกมาอยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมทั้งห้ามใช้ลิฟท์ เพราะอาจเกิดไฟ
ดับได้ (13/05/51)





ข้าวธงฟ้า 73,000 ถุงขายหมดภายในครึ่งวัน

กรมการค้าภายในเตรียมหารือปรับราคาสินค้าร่วมกับผู้ประ-
กอบการน้ำมันพืช และนมข้น ตลอดจนการประชุมวางแผน
จำหน่ายข้าวถุงธงฟ้าล็อตต่อไป ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่การ
เปิดจำหน่ายข้าวถุงธงฟ้ามหาชนได้รับความสนใจจากประ-
ชาชนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ข้าวถุงธงฟ้ามหาชน 73,000 ถุง
ในกทม. ขายหมดภายในครึ่งวัน





เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (12 พฤษภาคม 51) เวลาประมาณ 09.00 น. กระ-
ทรวงพาณิชย์ได้จัดงานเปิดตัวข้าวสารบรรจุถุงในโครงการธงฟ้า
มหาชนอย่างเป็นทางการ ในงานวันสถาปนากรมการค้าภายใน
โดยเปิดจำหน่ายข้าวสารธงฟ้าล็อตแรก จำนวน 1 แสนถุง แบ่งจำหน่ายในกรุงเทพ ฯ จำนวน 73,000 ถุง ใน 4 จุด
คือ กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการส่งออก ถนนรัชดา ตลาด อตก. และองค์การคลังสินค้า 2 ถนนราษฎร์บูรณะ
จุดละ 18,250 ถุง และพื้นที่ต่างจังหวัด 9 จังหวัด จำนวน 27,000 ถุง จังหวัดละ 3,000 ถุง ได้แก่ เชียงใหม่
พิษณุโลก ปทุมธานี อุดรธานี นครราชสีมา สงขลา ราชบุรี ลพบุรี และสมุทรปราการ




นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำ
ข้าวถุงธงฟ้ามหาชนเพื่อพิจารณากำหนดราคาขายข้าวถุงธงฟ้าล็อตต่อไป รวมถึงการพิจารณาว่าให้บริษัทเอกชน
รายใดเข้าประมูลบรรจุข้าวถุงธงฟ้า




ซึ่งขณะนี้ทางองค์การคลังสินค้าได้เปิดให้ภาคเอกชนที่มีกำลังการบรรจุข้าวถุงยื่นหนังสือประมูล ทำข้าวขาว 5
เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 – 5 แสนถุง ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ขององค์การคลังสินค้า คาดว่าจะสามารถ
นำข้าวถุงอีก 2 แสนถุงที่อยู่ระหว่างการผลิตของ อคส.ทยอยมาจำหน่ายได้ในวันที่ 20 และ 30 พฤษภาคมนี้
โดยจะนำทยอยออกมาจำหน่ายครั้งละ 1 แสนถุง




ทั้งนี้การเปิดจำหน่ายข้าวถุงธงฟ้ามหาชนได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ข้าวถุงธงฟ้า
มหาชนที่กรมการค้าภายในนำมาจำหน่าย จำนวน 73,000 ถุง ทั้ง 4 จุดจำหน่ายในกรุงเทพมหานครขายหมดอย่าง
รวดเร็วภายในครึ่งวัน อย่างไรก็ตามข้าวถุงธงฟ้าลอตต่อไปที่จะนำออกมาจำหน่ายในวันที่ 20 พ.ค. นี้ทางกรม ฯ
จะพยายามกระจายให้ถึงมือผู้บริโภคมากที่สุด คาดว่าจะกระจายได้ใน 50 จังหวัดทั่วประเทศ




สำหรับบรรยากาศการเปิดจำหน่ายข้าวถุงธงฟ้ามหาชนที่กระทรวงพาณิชย์ พบว่ามีประชาชนจำนวนมากมาต่อแถว
เข้าคิวรอซื้อข้าวถุงธงฟ้าตั้งแต่ 06.30 น แต่ทางกรมการค้าภายในกำหนดเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น.
ซึ่งกรมการค้าภายในจำกัดจำนวนการซื้อข้าวถุงธงฟ้าคนละ 3 ถุง โดยประชาชนจะต้องชำระเงินและรับคูปองก่อน
ที่จะรับสินค้าเพื่อความเป็นระเบียบและรวดเร็ว




ซึ่งคูปองแต่ละสีจะระบุจำนวนการซื้อข้าวถุง โดยคูปองสีขาว ซื้อจำนวน 3 ถุง คูปองสีม่วง ซื้อจำนวน 2 ถุง และ
คูปองสีเหลือง ซื้อจำนวน 1 ถุง ขณะเดียวกัน ก็ได้มีการประทับตราสัญลักษณ์องค์การคลังสินค้า ไว้บนหลังมือของ
ผู้ซื้อทุกคน เพื่อป้องกันการเวียนเทียนซื้อข้าวถุงธงฟ้า ซึ่งจากการสังเกตบรรยากาศการเข้าคิวซื้อข้าวของประชาชน ก็พบว่าไม่ได้มีการเวียนเทียนหรือรับจ้างมาเข้าคิว แต่ส่วนใหญ่ เป็นการเกณฑ์สมาชิกครอบครัว พี่ น้อง ลูก หลาน
มาเข้าคิวซื้อเพื่อใช้สิทธิ์ซื้อคนละ 3 ถุง ทำให้บางครอบครัวได้ข้าวไปจำนวนหลายสิบถุง บางคนเล่าว่า เมื่อก่อน
ทานข้าวหอมมะลิแต่พอข้าวหอมมะลิมีราคาแพงขึ้นมากก็ต้องเปลี่ยนมาทานข้าวขาวแทน





ด้านนางประคอง รถสูงเนิน หรือป้านิด วัย 65 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่มารอซื้อข้าวถุงธงฟ้าเป็นรายแรกบอกว่า มารอตั้งแต่
6.30 น. สาเหตุที่รีบมาเพราะกลัวจะไม่ได้ข้าว เนื่องจากข้าวถุงธงฟ้ามีราคาถูก ซึ่งก็รู้สึกดีใจที่มาเข้าคิวเป็นที่ 1
ได้ซื้อข้าวสารเป็นคนแรก และยังบอกว่าจะกลับไปลองชิมถ้าอร่อยก็จะกลับมาซื้ออีกแน่นอน




อย่างไรก็ตาม กรณีชาวนาจังหวัดเชียงรายออกมาเดินประท้วงปิดถนน เนื่องจากโรงสีกดราคารับซื้อข้าวนั้น อธิบดี
กรมการค้าภายในกล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นพบว่า ข้าวเปลือกที่ชาวนานำไปขาย
ให้แก่โรงสีมีความชื้นสูงเกิน30% จึงทำให้ราคาที่โรงสีรับซื้อนั้นอยู่ที่ประมาณตันละ 7,000 บาท แต่หากข้าวที่ชาวนา
นำมาขายมีความชื้นต่ำกว่านั้นราคารับซื้อจะอยู่ที่ตันละ 9,000 บาท




ส่วนการดูแลราคาสินค้า 60 รายการที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือตรึงราคา เชื่อว่าจะช่วยบรรเทาความร้อนแรง
ของภาวะค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มขึ้นได้ ส่วนจะขอความร่วมมือให้เอกชนตรึงราคาสินค้าต่อไปหรือไม่นั้นคง
ต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่ในสัปดาห์นี้กรมการค้าภายในจะเรียกคณะกรรมการดูแลน้ำมันพืชและผลิตภัณฑ์นมมา
หารือ เพื่อดูโครงสร้างต้นทุนว่าเป็นอย่างไรหลังผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายและ
ราคาปาล์มที่ตกต่ำลง (12/05/51)





รมว.คลังไฟเขียว คปภ.จัดการบริษัทประกันขาดสภาพคล่อง

รมว.คลังไฟเขียวคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการ
ประกอบธุรกิจประกันภัยจัดการขั้นเด็ดขาดกับบริษัทประกัน
ที่มีปัญหาฐานะทางการเงินเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับบริษัท
ประกันอื่น




โดย น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การคลัง กล่าวว่า โดยภาพรวมธุรกิจประกันยังอยู่ในทิศทางที่ดี แต่ก็
ยอมรับมีบางแห่งที่มีปัญหาในเรื่องฐานะเงินกองทุนขาดสภาพคล่อง
และยังไม่สามารถเพิ่มทุนเพื่อแก้ปัญหาได้ ซึ่งหากปล่อยไว้ระยะยาว
อาจสร้างปัญหาให้กับธุรกิจโดยรวม




โดย รมว.คลัง ได้กำชับให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเข้าไปดูในเรื่องนี้ โดยใช้
มาตรฐานเดียวกับธนาคารพาณิชย์ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก พร้อมทั้งให้เร่งตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง
เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้เอาประกันในกรณีที่บริษัทที่ทำประกันไว้ต้องปิดกิจการลง รมว.คลังกล่าวพร้อมเข้าสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยได้มีส่วนสำคัญไม่แพ้ธนาคารพาณิชย์ในการฟื้นฟู
เศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการควบรวมกิจการเพื่อให้บริษัทมีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ (12/05/51)





ดีเดย์เชือดบริษัทประกันกองทุนขาด 15 พ.ค.

จับตาที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. สั่งปิด 4 บริษัท
ประกันที่ไม่สามารถหาผู้ร่วมทุนใหม่ได้ 15 พฤษภาคมนี้ ก่อนชง รมว.คลัง เพิกถอนใบอนุญาต




โดยนางจันทรา บูรณะฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยหากวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ บริษัทประกันที่มีปัญหากองทุน
ขาดไม่สามารถเพิ่มทุนได้ ก็จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ คปภ. หลังจากให้โอกาสหาผู้ลงทุน
ใหม่ถึงวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรทางประธานบอร์ด คือ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระ-
ทรวงการคลัง จะเป็นผู้นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง



ซึ่งบริษัทประกันที่มีปัญหาเงินกองทุนขาดข้ามปี ทางคณะกรรมการ คปภ.ได้ให้เวลาทุกบริษัทแก้ไขฐานะการเงิน
ด้วยการเพิ่มทุน เพื่อให้เงินกองทุนครบถ้วนตามกฎหมายภายในวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา หากไม่สามารถแก้ไข
ได้จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายจัดการทันที




ทั้งนี้ 4 บริษัทที่มีปัญหาเรื่องเงินกองทุน ประกอบด้วย บริษัทสัมพันธ์ประกันภัย และบริษัทธนสินประกันภัย จำกัด
มหาชน ซึ่งเป็นบริษัทประกันวินาศภัย และได้ถูกสั่งหยุดรับประกันชั่วคราวอยู่แล้วก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 2 บริษัท คือ
บริษัท ฟินันซ่า ประกันชีวิต และบริษัทประกันในเครือเกษตรรุ่งเรือง ทั้ง แอดวานซ์ ประกันภัย และแอดวานซ์
ประกันชีวิต ซึ่งทั้ง 4 ยังไม่สามารถเพิ่มทุนได้ และหากในระหว่างนี้ หรือก่อนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม บริษัทกลุ่มนี้
สามารถเพิ่มทุนได้ก็จะรอดไป แต่ถ้าหากหาผู้ร่วมทุนได้ โดยเฉพาะกรณีของสัมพันธ์ประกันภัย และธนสินประกันภัย
ที่ถูกสั่งหยุดรับประกันชั่วคราวอยู่แล้ว อาจถูกพิจารณาให้เพิกถอนใบอนุญาต และปิดกิจการ ส่วนอีก 2 บริษัทอาจ
ใช้วิธีการเข้าควบคุมกิจการ




ส่วนการคุ้มครองผู้เอาประกันแม้ว่าจะยังไม่มีการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้เอาประกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการ
ดำเนินการ แต่ตามหลักการเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วผู้เอาประกันภัยของบริษัทที่ปิดกิจการจะมีสิทธิ์ได้รับ
ชำระหนี้ตามสัญญาประกันภัย แต่จะได้เท่าใดนั้นยังเป็นปัญหา เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการจัดตั้งคณะกรรมการ
บริหารกองทุน จึงยังไม่มีการกำหนดวงเงินชดเชยที่จะจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัย (12/05/51)





การบินไทยและรอยัลบรูไนทำการบินร่วม

การบินไทยและสายการบินรอยัล บรูไนได้เริ่มทำการบินร่วม (Codeshare Flight) ในเส้นทาง ไป-กลับ
กรุงเทพฯ - บันดาร์เสรี เบกาวัน โดยจะทำการบินทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2551 นี้





นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย
ว่า การบินไทยได้จัดทำเที่ยวบินร่วมในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ - บันดาร์เสรี เบกาวัน ประเทศบรูไน กับสายการ
บินรอยัล บรูไน ซึ่งนับเป็นความร่วมมือที่ดีในการเพิ่มความสะดวกสบายใน การเดินทางให้แก่ผู้โดยสารและสร้าง
เครือข่ายการบินในเส้นทางระหว่างทั้งสองประเทศนอกเหนือจาก 75 จุดบินทั่วโลก ใน 34 ประเทศของ การบินไทย
และผู้โดยสารยังคงได้รับสิทธิในการสะสมไมล์ของรอยัล ออร์คิด พลัส ตามปกติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นการ
เติบโตของตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้การบินไทยและ
สายการบินรอยัล บรูไนจะทำการบินร่วมในเส้นทางดังกล่าว ดังนี้ระหว่างวันที่ 15 - 31 พ.ค. 2551 เที่ยวบินที่ BI515/TG4602 บันดาร์เสรีเบกาวัน-กรุงเทพฯ14.15 -16.00 น. เที่ยวบินที่ BI516/ TG4603 กรุงเทพฯ - บันดาร์เสรี
เบกาวัน16.50 - 20.40 น.และตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 25 ต.ค. 2551 ตารางเวลาการบินดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลง
ดังนี้เที่ยวบินที่ BI515/ TG4602 บันดาเสรีเบกาวัน-กรุงเทพฯ 10.45-12.30 น. เที่ยวบินที่ BI516/ TG4603
กรุงเทพฯ - บันดาเสรีเบกาวัน 13.20 -17.10 น.โดยเที่ยวบินดังกล่าวจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม
2551 ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งได้ ตั้งแต่ บัดนี้เป็นต้นไป และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารของการบินไทย หรือ www.thaiairways.com หรือ THAI Contact Call Center ของ
การบินไทย หมายเลขโทรศัพท์ 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง (11/05/51)





พลังงาน เผยตัวเลขใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น

สนพ. เผยตัวเลขการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยชาติประหยัดเงินค่าน้ำมันปีละ 41,939
ล้านบาท




นาย วีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้
พลังงานทดแทนในเดือนเมษายน 2551 สูงขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2550 น้ำมันแก๊สโซฮอล์
เพิ่มขึ้น 103.6% จาก 4 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 8 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 6.04 ล้านลิตรต่อวัน
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 1.96 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากต้นปี ตอนนี้
อยู่ที่ระดับ 47,000 ลิตรต่อวัน หรือสูงขึ้น 224%



ด้านการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 5 ปริมาณการใช้เดือนเมษายน 2551 เพิ่มขึ้น 686% สูงขึ้นจากเดือนเดียวกันใน
ปีที่ผ่านมา จาก 1.072 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 8.43 ล้านลิตรต่อวัน และมีการใช้ไบโอดีเซลบี 2 อยู่ที่ระดับ 45.16
ล้านลิตร



ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) นับเป็นภาวะเร่งด่วนในปี 2551 และพลังงานทดแทนในอนาคต
ถึงเดือนเมษายน 2551 มีผู้สนใจติดตั้ง จำนวน 72,950 คัน ประกอบด้วย รถเบนซิน 60,229 คัน รถดีเซล 9,928 คัน
และรถที่ผลิตจากโรงงาน (OEM) จำนวน 2,793 คัน มีสถานีบริการเกิดขึ้นแล้ว 187 สถานี และคาดว่าภายในปีนี้
จะเพิ่มเป็น 320 สถานี โดยมีปริมาณการใช้ NGV ทั้งสิ้น 57.9 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน




โดยนายวีระพล กล่าวว่า ในช่วงวิกฤตน้ำมันแพง การใช้พลังงานทดแทน เป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์
ประหยัดเงินค่าน้ำมันได้ทันที ซึ่งเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนภายในประเทศ นอกจากนี้จากตัวเลขการ
ใช้พลังงานน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล และ NGV ที่สูงขึ้น ทำให้ประเทศไทยประหยัดการใช้น้ำมันเบนซินและ
ดีเซล เฉลี่ย 3.83 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นเงินที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันให้กับประเทศปีละ 41,939 ล้านบาท ซึ่ง
คิดจากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ระดับ 30 บาทต่อลิตร (11/05/51)