










|
| สงขลา-หน.ปชป.ยังเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ |
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันยังเป็นห่วงสถานการณ์
การเมืองขณะนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าย
กล่าวภายหลังเดินทางมาปาฐกาถาพิเศษ แนวคิดในการพัฒนาภาค
ใต้อย่างยั่งยืน ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรตินานาชาติ มหาวิทยาลัย
สงขลานครินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ ต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้
อย่างยั่งยืน ทั้งด้านการเมืองและความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจ
การพัฒนาการศึกษา การพัฒนาสาธารณสุข และคุณภาพชีวิต ยุทธศาตร์ด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้
ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมกำหนดยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างบรรยากาศการ
ค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยการพัฒนาจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของศักยภาพแต่ละพื้นที่ พร้อม
เรียกร้องความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี กรณีทำร้ายผู้ชุมนุนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลายฝ่ายยังคง
จับตาดูอยู่ โดยเฉพาะกรรมการสิทธิมนุษยชน ปปช. ตำรวจ ซึ่งหากปลายให้สถานการณ์บานปลายจนไปสู่ความ
รุนแรง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงความรุนแรง โดยเฉพาะวิฤกตการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะต้องยุติโดย
ความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาดีกว่าซื้อเวลา ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติ
เสียหายไปทุกวัน
ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะมีการโทรศัพท์เข้ามาในรายการความจริงวันนี้ ซึ่งทาง
กลุ่ม นปช.จะจัดขึ้นที่สนามกีฬาราชมังครากีฬาสถาน กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้นึกถึงประเทศไทย
บ้าง โดยเฉพาะอดีตนายกฯ ตัดสินใจหนีปัญหาทั้งหมดไปอยู่ต่างประเทศ และอยากให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการในการสอบข้อเท็จริง (31/10/51)
|
| สุพรรณบุรี ตำรวจคุมเข้มผู้ต้องหาฆ่าสาวประกันภัยทำแผน |
ตำรวจคุมเข้มผู้ต้องหาฆ่าสาวประกันภัยทำแผนท่ามกลาง
ไทยมุง ตำรวจดูใกล้ชิดเกรงคิดสั้น ญาติยังไม่เชื่อทำ
คนเดียว
คดีฆาตกรทมิฬฆ่าข่มขืนมัดมือเท้า น.ส.นฤมล ชุ่มวารี อายุ 35 ปี
พนักงานฝ่ายบัญชีบริษัทประกันชีวิตชื่อดัง สาขา จ.อ่างทอง
ทิ้งศพอยู่ในป่าละเมาะข้างถนนสายเลี่ยงเมือง บริเวณหมู่ 3
ต.ท่าระหัด จ.สุพรรณบุรี ในเบื้องต้นคาดว่าเป็นฝีมือคนขับรถโดย
สารและกระเป๋ารถเมล์ประจำทาง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเช็กวงจรปิดทั่วเมืองจนได้เบาะแส ว่าเป็นกระเป๋ารถเมล์สายสุพรรณบุรี-กรุงเทพ ชื่อนาย
ขจรศักดิ์ โพธิ์ศรี อายุ 22 ปี ชาว อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี สารภาพสิ้นไส้ เสพยาบ้ามา 1 เม็ดแต่เช้าตรู่ ก่อนรับ
ผู้ตายไปทำงาน เห็นนุ่งสั้นขาวอวบ เลยลากเหยื่อไปท้ายรถมัดมือเท้าและปาก ขืนใจวิตถาร อ้างได้แค่ถูไถเท่านั้น
เพราะคนตายขัดขืน จากนั้นยังใจเย็นแวะเติมแก๊ส แต่ผู้ตายดิ้นหลุดร้องขอความช่วยเหลือ เลยบีบคอตายคามือ
ทิ้งศพอำพรางคดี สุดสลดญาติเผยเป็นวันเกิดคนตาย จี้ตร.ขยายผล ไม่เชื่อมีคนร้ายแค่ 1 คน ต่อมาได้พาไปทำ
แผนประกอบคำรับสารภาพนาทีฆ่าข่มขืนและนำศพไปทิ้ง แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีชาวบ้านและญาติจำนวน
มากไปรอดูการทำแผน เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดการรุมประชาทัณฑ์ขึ้น จึงยกเลิกการทำแผน ตามข่าวที่นำเสนอ
ไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวรายงานรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 31 ต.ค. พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์
ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.สุมนตรี กรรณเลขา รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนาย
พาตัวนายขจรศักดิ์ ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆตั้งแต่รถออกจากท่ารถ บขส.ในตัว-
เมืองสุพรรณบุรี ไปจนถึงนาทีข่มขืนและฆ่าอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่ทำแผนบริเวณในรถปรับอากาศ
คันที่ก่อเหตุ ต้องนำรถมาไว้ที่ สภ.เมืองฯ เพื่อทำแผน แต่ยังมีไทยมุงจำนวนมากมามุงดู ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ต้องกันคนออกไปห่างจากจุดทำแผน เพื่อป้องกันการถูกรุมประชาทัณฑ์ ประชาชนต่างสาปแช่งการกระทำของ
คนร้ายที่กระทำการอย่างโหดเหี้ยม ขณะทำแผนผู้ต้องหามีอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีสีหน้ายิ้มแย้ม
แต่ก็ฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พ.ต.อ.ชัยรัตน์ กล่าวว่าในช่วงที่ควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนก่อนที่จะนำไปขออำนาจศาลฝากขัง ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่
ตำรวจเวรดูแลผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าจะเกิดอาการเครียดและคิดสั้นฆ่าตัวตาย ส่วนที่ญาติยังสงสัย
ว่าน่าจะมีคนร้ายก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 1 คนนั้น ถ้าญาติมีพยานยืนยันที่สามารถนำไปสู่ตัวคนร้ายได้ให้รีบมาแจ้งเบาะแส
เพื่อที่จะได้ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุให้ครบทั้งหมด อย่างไรก็ตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนของ
เจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนี้จากพยายนหลังฐาน เชื่อว่าคนร้ายก่อเหตุคนเดียว ส่วนกรณีนายหมูเด็กท้ายรถอีกคน
ที่เป็นเพื่อนกับผู้ต้องหานั้นได้เรียกตัวมาสอบปากคำแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงปล่อยตัวไปพ.ต.อภิเชษฐ์
ชุ่มวารี นายทหารสังกัดกองร้อยทหารสารวัตร กองพลทหารราบที่ 4 พี่ชาย น.ส.นฤมล กล่าวว่าตนรวมทั้ง
ญาติๆทุกคนเชื่อว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุต้องมีมากกว่า 1 คน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยสืบสวนหาตัวคนร้ายดำเนิน-
คดีให้หมด อยากให้ตำรวจไปหาข่าวที่ บขส. เพราะมีพยานหลายคนเห็นนายขจรศักดิ์ และยังมีชายฉกรรจ์
อีก 1-2 คน
ด้านนายขจรศักดิ์ ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่าคดีนี้ตนขอยืนยันว่าทำคนเดียวไม่มีคนอื่นเกี่ยวข้อง และที่ทำไป
เพราะอารมณ์ชั่ววูบ แม้ญาติผู้ตายจะไม่ให้อภัยแต่ก็ขอโทษ และยินดีชดใช้กรรมที่ก่อขึ้น (31/10/51)
|
| ศรีสะเกษ-รมช.มท.แจกของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมกว่า 6,000 ถุง |
รัฐบาลโปรยยาหอม ส่ง รมช.มหาดไทย แจกของผู้ประสบ
ภัยน้ำท่วมกว่า 6,000 ถุง พร้อมชี้แจงประ-ชาชนกรณี 7
ตุลาคม วอนคนในชาติต่างความคิดได้ แต่อย่าแตกแยก เพื่อความสงบสุขของประเทศ
ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ฉลองครองราชย์สมบัติครบ 60 ปี อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมช.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจราชการและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ ที่ประสบภัยน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ซึ่งประกอบด้วย อ.อุทุมพรพิสัย อ.ขุนหาญ และ อ.เมืองศรีสะเกษ จำนวน 6,000 ถุง โดยมี นายธเนศ เครือรัตน์ นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน นายสิริพงษ์ อังค-
สกุลเกียรติ พรรคชาติไทย นายประวัติ รัฐิรมย์ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน
ให้การต้อนรับ
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมช. มหาดไทย ได้ถือโอกาสพบปะพูดคุยกับประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ และชี้แจง
สร้างความเข้าใจกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่ผ่านมา จากการ
ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ทำการปิดล้อมรัฐสภา เพื่อไม่ให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้าไปแถลง
นโยบายของรัฐบาล แต่ก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการสลายการชุมนุม จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และ
เสียชีวิต
โดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้เข้าทำการสลายการชุมนุม
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ที่ผ่านมานั้น เป็นการกระทำภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่ทางฝ่าย กลุ่มพันธมิตรประ-
ชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เข้าปิดล้อมรัฐสภานั้นได้สร้างความกดดัน จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการสลาย
การชุมนุม ซึ่งในวันนั้นทำให้ ส.ส. และ ส.ว.หลายคน รวมทั้งตนนั้นต้องปีนรั้วรัฐสภาออกมา
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อไปอีกว่า จากความขัดแย้งของคนภายในชาติขณะนี้นั้น ต่างก็มีความคิดที่แตกต่างกัน
ตนอยากจะฝากบอกว่า คนเรานั้นต่างความคิดได้ แต่ขอให้ทุกคนรักกัน สมานฉันท์กัน และอย่าได้เกลียดชังกัน
ซึ่งเมื่อทุกคนมีความรัก ความสามัคคีกันแล้ว ประเทศชาติบ้านเมืองของเราก็จะมีแต่ความสงบสุขนั่นเอง (31/10/51)
|
| น่าน- มือมืดวางระเบิดหน้าบ้านปลัด อบต. หนุ่ม |
มือมืดวางระเบิดหน้าบ้านปลัด อบต. หนุ่ม โชคดีเจ้าตัวเห็นผิด
สังเกตแจ้งตำรวจกู้ไว้ได้ คาดปมเหตุเพราะสั่งสอบเงิน อบต.
หาย
ที่จังหวัดน่าน เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.กิตติคุณ ขุนชุ่ม
พนักงานสอบสวน สภ.ปัว อ.ปัว จ.น่าน ได้รับแจ้งจากนายวิโรจน์
อุดนัน อายุ 39 ปี ว่ามีคนร้ายลอบวางระเบิดที่หน้าบ้านของตนเอง
ที่อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 1 บ้านนาป่าน ต.สถาน อ.ปัว จ.น่าน จึง
รายงานให้ พ.ตงอ.เสถียร จันทร์ อินทร์ ผกก.สภงปัว และไป
ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดจาก
ร้อย ตชด.325 นำโดย ร.ต.อ.สุริยัณห์ หาญจริง รอง ผบ.ร้อย ตชด.325 ที่เกิดเหตุพบคนร้ายใช้ระเบิด M 67 (ลูกเกลี้ยง) พันด้วยเทปดำติดกับหลักไม้ไผ่และมีดินระเบิดชนิดทีเอ็นทีจำนวน ครึ่งปอนด์มัดอยู่ด้วย แล้วใช้สาย
เอ็นผูกกระเดื่องติดกับประตูหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้ไว้ได้
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเป็นปลัดอบต.ไชยวัฒนา อ.ปัว จ.น่าน ก่อนเกิดเหตุตนกลับจากทำงานกลับเข้าบ้านเมื่อ
กลางดึกเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ขณะที่จะเป็นประตูหน้าบ้านสังเกตุเห็นสายเอ็นสะท้อนแสงไฟหน้ารถ เอะใจจึงตรวจ
สอบพบเป็นระเบิดดังกล่าว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าน่านจะเป็นเรื่องที่ตนสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของ
อบต.ไชยวัฒนากรณีที่เงินคลังหายไปจำนวน 74,000 บาท
ร.ต.อ.สุริยัณห์ หาญจริง กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแบบสังหาญ หวังผลได้ในระยะ 15 เมตร ซึ่งหากเกิด
ระเบิดขึ้นจริงก็จะระเบิดเฉพาะระเบิดลูกเกลี้ยงเท่านั้น ส่วนดินระเบิดทีเอ็นที่ก็จะกระจุยตามแรงระเบิดลูกเกลี้ยง
เท่านั้น เพราะไม่มีตัวจุดระเบิด
อย่างไรก็ตามขณะนี้ พ.ต.อ.เสถียร จันทร์อินทร์ ผกก.สภ.ปัว ได้เรียกตัวนายวิโรจน์มาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุ
ที่แท้จริงต่อไป พร้อมกับจัดชุดสืบสวนออกหาข่าว พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่วิทยาการตรวจสอบลายนิ้วมือต่อไป (31/10/51)
|
| นครสวรรค์-ฝนตกน้ำท่วมชุมชนชาวบ้านเดือดร้อน |
ฝนตกน้ำท่วมชุมชนประชาชนกว่า 50 หลังคาเรือนได้รับ
ความเดือดร้อนระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร
สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดนครสวรรค์หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่าง
ต่อเนื่องในช่วง 5 วันที่ผ่านมาทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่ม
สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและได้ไหล
เข้าท่วมชุมชนต่างๆในตัวเมืองนครสวรรค์แล้วอย่างเช่นที่
ชุมชนบางปรอง อำเภอเมือง นครสวรรค์น้ำได้ไหลเข้าท่วมชุมชน
บ้านเรือนประ-ชาชนกว่า 50 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนระดับ
น้ำท่วมสูงประมาณ 50-100 เซนติเมตร ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักไม่สามารถอาศัยอยู่ภายในบ้าน
ได้ต้องไปกางเต็นท์พักอาศัยบนถนน และบนทางรถไฟที่ไม่ได้ใช้แทนเนื่องจากอยู่ที่สูงแต่เต็นท์ก็ยังมีไม่เพียงพอ
เพราะประชาชนมีจำนวนมากซึ่งขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากไม่มีน้ำดื่ม และสุขา
ทำให้ชาวบ้านต้องไปอาศัยบ้านที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมในการขับถ่ายบางส่วนก็ต้องไปใช้ห้องสุขาของวัดซึ่งล่าสุด
ในช่วงเช้า วันนี้ระดับน้ำยังได้เพิ่มสูงขึ้นอีกกว่า 10 เซนติเมตรเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมายังมีฝนตกลงมาอย่าง
ต่อเนื่องและภายใน2-3 วันนี้จะมีฝนตกหนักที่จังหวัดนครสวรรค์ด้วยตามคำประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อ
ช่วงเช้าที่ผ่านมา (31/10/51)
|
| บุรีรัมย์ - เผยยอดกู้ยืมเงินเรียนพุ่งเป็นประวัติการณ์ |
กองทุนเงินให้ยืมเพื่อการศึกษาเผยมีนักเรียนนักศึกษากู้ยืม
เงินเรียนสูงขึ้นกว่า 30 %สูงเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีโครง-
การ สาเหตุเกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและมีสถานศึกษา
เอกชนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่นักศึกษาอีกกว่า 150,000 คน
จ่อคิวถูกฟ้องเร่งประชาสัมพันธ์ปรานอมหนี้
นายเสริมเกียรติ ทัศนสุวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืม
เพื่อการศึกษาฝ่ายปฏิบัติการ ได้ออกมาเปิดเผยหลังได้ร่วมประชุม
กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และตัวแทนสถานศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ ว่าสถานการณ์การกู้เงินยืมเรียนของ
นักเรียนนักศึกษาในปีนี้พบว่ามีนักศึกษาเข้ายื่นขอกู้ยืมเงินเรียนจนถึงขณะนี้แล้วร่วม 1,000,000 คนจากที่ผ่านมา
ตั้งแต่เริ่มมีโครงการเมื่อปี 2539 มีไม่เกินปีละ 700,000 คนเท่านั้น เพิ่มจากเดิมกว่า 30 % ซึ่งเป็นตัวเลขที่มาก
ที่สุดเท่าที่มีมา ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปีนี้ ประกอบกับมีเอกชนเปิดสถานศึกษา-
ใหม่มากขึ้น และขอเข้าร่วมโครงการกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ) ทำให้มีนักศึกษาเพิ่มขึ้น และยอด
ผู้กู้มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาฝ่ายปฏิบัติการยังกล่าวด้วยว่า จากยอดนักเรียนนักศึกษาที่ทั้ง
ประเทศจนถึงขณะนี้มีกว่า 28 ล้านคน ผู้กู้ที่ผิดสัญญายังไม่ผ่อนชำระเงินยืมอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องถูกฟ้องดำเนิน
คดีมีกว่า 150,000 รายซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูง โดย กยศ.จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องกว่า 700 ล้านบาท
ดังนั้นกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้เร่งประชาสัมพันธ์แนะนำแนวทางการชำระคืนเงินกู้ยืมจากนักศึกษา
ที่ค้างชำระ และวิธีการไกล่ข้อพิพาทก่อนถูกฟ้องร้องคดี ตามหมู่บ้าน ชุมชน หลังมีนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่ระดับ
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ถึงระดับอุดมศึกษา ที่จบการศึกษาไปแล้วไม่ชำระหนี้คืนกองทุนตามเงื่อนไขสัญญา
โดยให้ผู้นำท้องถิ่นซึ่งอยู่ใกล้ชิดเป็นตัวกลางประสานความเข้าใจอีกทอดหนึ่ง ซึ่งตั้งเป้าว่าจะลดจำนวนฟ้องร้อง
ได้ไม่น้อยกว่า 50 %
นายเสริมเกียรติ ทัศนสุวรรณ ระบุว่า สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์มีนักศึกษาที่ค้างชำระเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษามากที่สุด
คือ อ.ลำปลายมาศจำนวน 458 ราย และ อ.ประโคนชัย 368 ราย และนักศึกษาที่ค้างชำระกระจายทั้ง 23 อำเภอ
ทั้งจังหวัดกว่า 4,770 ราย (31/10/51)
|
| พังงา-ปภ.เตือนพื้นที่เสี่ยง 4 อำเภอเฝ้าระวัง |
หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา สั่งเฝ้า
ระวัง 4 อำเภอเสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มและแหล่ง
ท่องเที่ยวที่เป็นถ้ำหลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้พื้นที่
จ.พังงา ระวังน้ำป่าไหลหลากโคลนถล่ม
นายละออง แก้วสามสี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาฯ
ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ภูเขาสูง หุบเขา และหมู่บ้าน
เสี่ยงภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดพังงาโดยเฉพาะ
ในเขตอำเภอตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ทางด้านป้องกันภัยฯจังหวัดพังงา ได้สั่งการให้มิสเตอร์
เตือนภัยที่อยู่ตามหมู่บ้านเสี่ยงภัย 4 อำเภอ คือ อ.ตะกั่วป่า อ.คุระบุรี อ.กะปงและ อ.ท้ายเหมืองเฝ้าระวังและให้มี
การตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิดเพราะช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจึงต้องค่อยเฝ้าระวังตลอด
24 ชั่วโมงหากมีปริมาณน้ำฝนที่มากจนเกินไปอาจจะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และโคลนถล่มได้ นอกจากนี้แหล่ง
ท่องเที่ยวที่เป็นถ้ำก็ต้องสังเกตความผิดปกติภายในถ้ำและได้ย้ำให้เจ้าของสถานที่หากมีฝนตกหนักติดต่อกัน อย่า
ได้พานักท่องเที่ยวเข้าไปชมเป็นอันขาดเพราะจะก่อให้เกิดอันตรายได้ สำหรับประชาชนที่ใช้เส้นทางสาย ตะกั่วป่า-
สุราษฎร์ฯ (บนเขาศก)ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง ซึ่งอาจเกิดดินไหลมาปิดทับเส้นทาง หรือหินร่วงจาก
หน้าผาข้างถนนได้
สำหรับภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ
จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศา สูงสุด 29 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร (31/10/51) |
| พิจิตร-อาชั่วข่มขืนหลานอายุ 11 ขวบ นานกว่า 2 ปี |
อาชั่วข่มขืนหลานอายุ 11 ขวบ นานกว่า 2 ปีจนทนไม่ได้ร้อง
แม่ให้พาไปแจ้งความ อ้างเด็กมันยั่ว
พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์ ทรัพย์สิน ผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอโพธิ์ประทับ
ช้าง จังหวัดพิจิตร ก็ทำการสอบสวนนายประสาร หรือ ป็อด ขุนทาระ
อายุ 51 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 13 ตำบลดงเสือเหลือง อำเภอ
โพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร หลังถูกนาง นางแจ้ว (นามสมมุติ)
ได้พาเด็กหญิง สุ (นามสมมุติ)ลูกสาว เข้าแจ้งความว่านายประสาร
ซึ่งเป็นอาเขย ข่มขืนตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จึงได้นำกำลังตำรวจ
ไปทำการจับกุมได้ที่บ้านพัก โดยนายป็อดมีศักดิ์เป็นอาเขยของเด็กหญิงสุ ที่เมื่อต้นที่ผ่านมา นางแจ้วได้ให้
เด็กหญิงสุ ไปพักอาศัยที่บ้านนายประสาร เนื่องจากจะเดินทางไปเรียนหนังสือได้ง่าย เนื่องจากบ้านนายป็อด
อยู่ใกล้โรงเรียน โดยนางแจ้วเห็นว่าเป็นญาติกันจึงให้ลูกสาวไปอยู่ด้วยประกอบกับต้องทำงานหาเงินไม่มีเวลาดูแล
ลูกมากนัก และไม่คิดว่านายป็อดจะทำหลานได้ลงคอ โดยนายป็อดได้ข่มขืนหลานสาวจนเสร็จความใคร่หลายครั้ง
โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาจนเด็กทนไม่ได้ และหนีไปบอกกับแม่ โดยช่วงแรกนายป็อดจะข่มขืน
ในช่วงที่ไม่ใครอยู่บ้าน เนื่องจากที่บ้านนายป็อดอยู่กับ 4 คน รวมถึงภรรยานายป็อดด้วย จนกระทั่งปลายปี 50 ลูกสาวนายปิดมาบอกให้เด็กหญิงสุ ซึ่งปกติจะนอนรวมกันทั้งหมด แยกห้องนอน นายป็อด ก็แอบย่องตอนดึกไป
ข่มขืนอีก
โดยนายประสาร หรือนายป็อด อายอดชั่ว ก็ให้การว่าที่ทำลงไปเพราะเด็กมั่นยั่ว โดยครั้งแรกได้นอนดูทีวีอยู่ แล้ว
หลานมาจับที่อวัยวะเพศ และจับขึ้นจับลง พร้อมกับถามว่าอะไร จนตนเองทนไม่ได้ จึงได้ทำไปเพราะความหน้ามืด
พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์ ทรัพย์สิน ผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ได้ตั้งข้อหานายป็อดว่า ข่มขืนกระทำชำเรา
เด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม (31/10/51) |
| อุบล-เตือนอันตรายเสื้อกันหนาวมือสองระวังโรคติดต่อผิวหนัง |
เตือนอันตรายโรคติดต่อผิวหนังรุนแรง ปะปนมากับเสื้อกัน
หนาวมือสอง หลังเริ่มมีผู้นิยมให้ความสนใจเลือกซื้อกันแล้ว
ต้องซัก-ต้มฆ่าเชื้อก่อน
สภาพอากาศหนาวเย็นกำลังแพร่ปกคลุมหลายพื้นที่ขณะนี้ เริ่มส่ง
ผลกระทบให้ประชาชนหาเครื่องนุ่งห่มอบอุ่นร่างกายกันแล้ว โดย
เฉพาะตลาดขายเสื้อผ้ามือสองตามแนวชายแดน ซึ่งมีพื้นที่ติดกับ
ภูเขาและเผชิญกับอากาศหนาวเย็น พบว่าได้มีประชาชนทั้งชาวไทย
และ สปป.ลาว แห่ซื้อเครื่องนุ่มห่ม เสื้อกันหนาว กันเป็นจำนวนมาก
จนขายดี ต้องสั่งเพิ่ม ครั้งละ 30-40 กระสอบจากตลาดโรคเกลือ จังหวัดสระแก้ว เข้ามา ส่งผลให้ธุรกิจเสื้อกัน
หนาวมือสองกลับมาคึกคักอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม จากการสุ่มตรวจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันโรคติดต่อสาธารณสุขอุบลราชธานี ร้านขายเสื้อกันหนาว
มือสอง 5 แห่ง พบว่ามีเชื้อโรคติดต่อทางผิวหนังปะปนมากับเสื้อกันหนาวมือสอง หลายชนิด ทั้งโรคกลาก เกลื้อน
โรคหิต และตัวไร เป็นของแถม รวมถึงโรคภูมิแพ้ ซึ่งเกิดจากการสูดดมกลิ่นเข้าร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง พ่อค้า
แม่ค้าที่คลุกคลีเสื้อกันหนาวมือสอง ควรหาผ้าสะอาดปิดจมูกป้องกันตลอดเวลา จึงฝากเตือนประชาชนหากมีความ
จำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรทำความสะอาดด้วยการต้มหรือซักให้สะอาดก่อนสวมใส่ ทั้งดูแลสุขภาพร่างกายใน
ช่วงหน้าหนาวนี้ (31/10/51) |
| พิษณุโลก-สมเด็จฯ พระราชทานทรัพย์ช่วยเหลือเหยื่อจุดไฟเผา |
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระราชินีนารถพระราชทานทรัพย์ส่วน
พระองค์ช่วยเหลือเหยื่อจุดไฟเผา พร้อมนำเป็นคนไข้ในพระ-
บรมราชูปถัมภ์
กรณีนางสาว กนกวรรณ คงเมือง อายุ 17 ปี ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ที่ถูก
นายสุรศักดิ์ พูลแย้ม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 225 หมู่ 7 ตำบล
ดงเสือเหลือง อำเภอโพธิ์ประท้บช้าง จังหวัดพิจิตร ถูกแฟนหนุ่มได้
ชักชวนให้หนีตามไปอยู่ด้วย แต่ถูกปฎิเสธ จนทำให้เกิดโมโห จน
ใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผาจนใบหน้าไหม้ทั้งหมด ไปรักษาตัวที่รพ.
พุทธชินราช ที่จังหวัดพิษณุโลก ล่าสุดอยู่ในอาการที่ปลอดภัยแล้ว ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 30 ต.ค.
ที่ผ่านมา
นางสุจิตรา วิริยะกิตติ รองนายกเหล่ากาชาด พร้อมคณะเหล่ากาชาด ได้เป็นตัวแทนสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรม
ราชินีนาถ ที่พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 200,000 บาท ให้เป็นค่ารักษาพยาบาลนางสาวกนกวรรณ
และ
ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ของนางสาวกนกวรรณ พร้อมทั้งรับไว้รักษาตามโครงการคนไข้ในพระบรมรา-
ชูปถัมน์ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งจะพาไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ
ในวันนี้ ในส่วนของ
เหล่ากาชาดจังหวัดพิจิตรก็ได้มอบเงินให้กับครอบครัวของนางสาวกนกวรรณ อีกจำนวน 20,000 บาท ไว้เป็นค่า
รักษาเช่นกัน
ด้านนางปรานอม คงเมือง มารดาของนางสาวกนกวรรณ กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวต่างรู้สึกปลื้มปิติยินดีเป็นล้น-
พ้นที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ได้นำลูกสาวตนไปทำการรักษาและเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมน์
และอยากให้รู้สาวของตนเองหายป่วยและกลับมามีสภาพเหมือนเดิมปกติโดยเร็วที่สุด โดยหลังจากนั้น ทางคณะ-
แพทย์ก็จะพาตัวนางสาวกนกวรรณไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯในช่วงเย็นวันนี้ต่อไป (30/10/51) |
| ระยอง- พายุถล่มซัด 170 หลังคาเรือนพังยับ |
ที่จังหวัดระยองได้เกิดลมพายุพัดอย่างรุนแรงทำให้บ้านเรือน
เกือบ 200 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย ทางการต้อง
นำเต็นท์มาตั้งให้ชาวบ้านได้พักอาศัยเป็นการชั่วคราวก่อน
โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้เกิดลมพายุพัดอย่างรุนแรงกระหน่ำใน
พื้นที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ส่งผลให้บ้านเรือน
ประชาชน 170 หลังคาเรือนในชุมชนตลาดลาว เขตเทศบาลตำบล
มาบตาพุด ได้รับความเสียหาย ทั้งหลังคาปลิวหาย ต้นไม้ล้มทับ
เสาไฟล้มทับจนบ้านพัง ข้าวของปลิวกระจัดกระจาย เสียหายเป็น
จำนวนมาก
ซึ่งจากการตรวจสอบหลังเกิดเหตุพบว่ามีบ้านที่ได้รับความเสียหายถึงขนาดเข้าพักอาศัยไม่ได้เลย
140 หลังคาเรือน
ส่วนอีก 30 หลังเสียหายบางส่วน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บตามร่างกายเล็กน้อย
อันเนื่องจากถูกสิ่งของ
หล่นใส่ อีก 6 คน ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวบอกว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีลมพายุพัดอย่างรุนแรง
เหมือนพายุหมุน
เพียงไม่กี่นาทีบ้านเรือนประชาชน ต้นไม้ เสาไฟ และสิ่งปลูกสร้างต่าง
ๆ พังราบเป็นหน้ากลอง โดยที่ชาวบ้านตั้งตัว
ไม่ทัน หลังจากนั้นก็มีพายุฝนตกหนักตามมา
ล่าสุดทาง นายชิดพงษ์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองได้สั่งการให้ป้องกันภัยจังหวัด นำเต๊นท์ไปตั้งที่
บริเวณชุมชนตลาดลาวแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้เข้าพักอาศัยได้ก่อน เนื่องจากมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน
ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ก็ให้นำอาหาร น้ำดื่ม เข้าไปแจกจ่าย รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเคลียร์พื้นที่
และทำการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับผู้ประสบภัยด้วย สำหรับสภาพอากาศที่จังหวัดระยองขณะนี้ยังคงปกคลุมไป
ด้วยเมฆฝนและมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง (30/10/51) |
| กำแพงเพชร-สรุปสถานการณ์น้ำท่วมกำแพงเพชร |
|
ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร
เรียกประชุมนายอำเภอ 8 อำเภอ สรุปความเสียหายจากอุทกภัย 8 อำเภอ 45
ตำบล
ได้รับผลกระทบ ถนน ฝาย พืชเกษตรเสียหายรวม เกือบ 63
ล้านบาท
จากที่จังหวัดกำแพงเพชร ได้เกิดอุกทกภัยขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 25
ตุลาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากย่อมความกดอากาศ
ต่ำในอ่าวไทยตอนบน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน สิ่งสาธารณประโยชน์
วัดโรงเรียน สถานีอนามัย พืชผลทางการเกษตรและทำให้ราษฎรได้
รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้างกินพื้นที่ 8 อำเภอ มีปริมาณฝนมากที่สุดวัดได้
107 มิลลิเมตร ตั้งแต่เกิดเรื่อง นาย
วันชัย อุดมสิน ได้ออกตรวจเยี่ยมราษฎร พร้อมสั่งการให้มีการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
และได้สั่งการให้
มีการเฝ้าระวังภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมง
ที่ห้องประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร
นายวันชัย อุดมสิน ผู้ว่า-
ราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้ประชุมร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอเมืองกำแพงเพชร
นายอำเภอ
คลองขลุง นายอำเภอปางศิลาทอง นายอำเภอโกสัมพีนคร นายอำเภอคลองลาน นายอำเภอขาณุวรลักษบุรี
นายอำเภอพรานกระต่าย และอำเภอลานกระบือ และส่วนราชการระดับอำเภอ ของจังหวัดกำแพงเพชร
เพื่อสรุป
ความเสียหาย และสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ
โดยนายอำเภอของแต่ละอำเภอได้ชี้แจงว่าขณะนี้ระดับน้ำที่ท่วมอยู่ได้ลดลงเป็นลำดับแล้ว
เนื่องจากในพื้นที่ที่ถูก
น้ำท่วมทั้งหมดเป็นดินทรายน้ำสามารถซึมผ่านได้ดี ท่วมขังได้ไม่นาน
ส่วนที่ยังคงท่วมขังอยู่ก็เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเท่านั้น พื้นที่ความเสียมีดังนี้
อ.คลองขลุง 6 ตำบล อ.คลองลาน 3 ตำบล 68 หมู่บ้าน อ.ขาณุวรลักษบุรี
11 ตำบล อ.
โกสัมพีนคร 3 ตำบล 43 หมู่บ้าน อ.เมืองกำแพงเพชร 10 ตำบล 29 หมู่บ้าน
อ.ปางศิลาทอง 3 ตำบล อ.พราน
กระต่าย 6 ตำบล และ อ.ลานกระบือ 2 ตำบล รวมทั้งสิ้น 8 อำเภอ 45 ตำบล
ขณะเดียวกันทางชลประทานกำแพงเพชร ได้ประสานไปยังเขื่อนภูมิพลจังหวัดตาก
เพื่อลดการปล่อยน้ำ ของเขื่อน
ลงจากปกติ 6 ล้านลูกบาตรเมตรต่อวัน ให้เหลือพียงวันละ 1 ล้านลูกบาตรเมตร
ทั้งนี้เพื่อระบายน้ำจากคลองสาขา
ต่างๆลงสู่แม่น้ำปิงได้เร็วยิ่งขึ้นช่วยลดปัญหาความสูญเสีย ล่าสุด
นายวิญญู ภักดีอักษร ป้องกันจังหวัดกำแพงเพชร
ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดกำแพงเพชร ว่า ด้านสิ่งสารณประโยชน์
ถนนเสียหาย 214 สาย ฝาย 3 แห่ง
สะพาน 6 แห่ง ด้านการเกษตร นาข้าว 63,585 ไร่ พืชไร่ 16,605 ไร่ พืชสวน
935 ไร่ ด้านประมงมีบ่อปลาเสียหาย
65 บ่อ รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 62,802,260 บาท (30/10/51)
|
| นครสวรรค์-
น้ำท่วมชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน |
สถานการณ์น้ำยังหน้าห่วง ล่าสุดน้ำเหนือไหล่บ่าลงแม่น้ำ
เจ้าพระยา สมทบกับน้ำจากบึงบอระเพ็ดทะลักเข้าท่วม 2
ชุมชนในเขตเทศบาล ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 200 หลัง
คาเรือนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่
เทศบาลได้น้ำเต็นท์มากลางให้ชาวบ้านาศัยชั่วคราว
พร้อมกับแจกจ่ายข้าวสารอาหารแห้งเป็นการเบื้องต้นแล้ว
จังหวัดนครสวรรค์ สถานการณ์น้ำท่วมยังคงหน้าห่วง หลายพื้นที่
ในจังหวัดนครสวรรค์ กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนัก อย่าง
ชาวบ้านที่ ชุมชนบางปอง ในเขตเทศบาลนคร นครสวรรค์ และ
ต.แควใหญ่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ กว่า 200 หลังคาเรือน
ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพขนของหนีน้ำขึ้นมาอาศัยอยู่บนที่สูง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา
ประกอบกับน้ำ
ในบึงบอระเพ็ดได้ไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครสวรรค์ก็ได้อำนวย
ความสะดวกให้ด้วยการนำเต็นท์มากลางไว้ให้บริการชาวบ้าน เพื่อกันแดด กันฝนชั่วคราวในเบื้องต้นแล้ว
ขณะที่นายสมเดช ตั้งจิตตถาวรกุล สมาชิกสภาจังหวัดนครสวรรค์ ได้ออกสำรวจความเสียหาย
พร้อมทั้งเตรียม
ข้าวสารอาหารแห้ง รวมทั้งน้ำดื่ม และยาสามัญประจำบ้าน ออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
(30/10/51) |
| ปัตตานี-
ปชช.แห่นำทองขายเพราะยางตกต่ำ |
ร้านทองเงียบเหงาถึงแม้ราคารทองลดลง
เหตุเพราะราคา
ยางตกต่ำ มีแต่ประชาชนนำทองมาจำนำและขาย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศร้านทองในจังหวัดปัตตานีขณะนี้เงียบ
เหงาถึงแม้ราคาทองคำลดลง ทั้งนี้เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจ
ของประชาชนประกอบกับประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประกอบ
อาชีพสวนยางพาราต้องประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ทำให้
ประชาชนในพื้นที่มีการประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น และพบว่าประ-
ชาชนส่วนใหญ่ต้องนำทองออกมาจำนำและขายตามร้านทอง
และโรงรับจำนำ เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้จ่าย
ขณะที่ผู้ประกอบการร้านทอง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ราคาทองคำผันผวนลดลงจากเดิมหลายพันบาท แทนที่จะมีบรรดา
ลูกค้าเข้ามาซื้อทอง ปรากฏว่าเงียบเหงาและบางตา และพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพกรีดยางพารา
ได้นำทองมาจำนำและขาย เหตุเพราะราคายางพาราตกต่ำ ส่วนลูกค้าที่เข้ามาซื้อทองน้อยลงจากเดิม เชื่อว่าเป็น
เพราะภาวะทางเศรษฐกิจของประชาชนที่ประสบปัญหาจึงต้องลดค่าใช้จ่าย (30/10/51) |
| สุราษฎร์ฯ
- เยาวชนสถานพินิจฯ ก่อหวอดประท้วง |
|
เยาวชนสถานพินิจฯสุราษฎร์ก่อหวอดประท้วงทำลาย
เรือนนอนปรับตัวไม่ได้กับกฎระเบียบ
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และ
เยาวชน เขต 8 สุราษฎร์ธานี จำนวน 47 คน ซึ่งเป็นเยาวชนเพิ่งเข้า
มาอยู่ใหม่ที่รอการพิจารณาคดีจากศาล ได้รวมตัวกันก่อหวอดประ-
ท้วงทำลายทรัพย์สินบนเรือนนอน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์ฝึก และ
อบรมเด็กและเยาวชนเขต 8 โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี
หลอดไฟและมุ้งลวดถูกทำลายเสียหายจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มี
เยาวชนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
จากการสอบถามทราบว่าเหตุดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.30
น. มีเยาวชนเริ่มก่อหวอดบนเรือนนอนของ
ตนเองทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้จึงต้องประสานกำลังเจ้า-
หน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีและ ตชด.417 กว่า 60 นาย เข้าระงับเหตุการณ์เพราะเกรงว่าเหตุการณ์จะบาน
ปลาย
โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ถึงจุดเกิดเหตุได้นำกำลังขึ้นไประงับเหตุได้โดยง่ายไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด
พร้อม
ควบคุมตัวเยาวชนทั้ง 47 คนลงจากเรือนนอน และคัดแยกเยาวชนที่เป็นหัวโจกในการก่อเหตุจริงๆ
จำนวน 25 คน
สอบสวนหาข้อเท็จจริง ส่วนอีก 22 คน ได้โยกย้ายไปนอนยังเรือนนอนที่อยู่ติดกันก่อนเป็นการชั่วคราว
ขณะที่นายวิชิต ภิรมยาภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึก ฯที่เข้าดูแลการระงับเหตุตั้งแต่เริ่มต้น
ได้ชี้แจงว่า เยาวชนกลุ่มนี้
เป็นเยาวชนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่ ที่รอการพิจารณาคดีจากศาลเยาชน ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุในครั้งนี้เกิดจากเยาวชนเหล่านี้
รับไม่ได้กับกฎระเบียบที่เข้มงวด จนทำให้ไม่พอใจและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตั้งคณะทำงานเพื่อ
สอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป (30/10/51)
|
| อุบลฯ-
แผ่นซีดีเถื่อนยังวางขายเกลื่อนตามตลาดนัด |
แผ่นซีดีเถื่อนยังมีการแอบวางขายเกลื่อนตามตลาดนัดใน
อุบลราชธานี เมื่อถ่ายภาพกับถูกเจ้าของร้านต่อว่าและให้ลบ
ภาพทิ้ง เผยจ่ายส่วยเดือนละ 1-20,000 บาท
แผงขายชั่วคราวซึ่งมีทั้งแผ่นซีดีเถื่อนหรือแผ่นก็อบปี้ หนังและ
เพลงของค่ายเพลงต่างๆ ถูกวางขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กว่า 10
แผง พบเห็นได้ทั่วไปตามตลาดนัด วัดแจ้ง วัดสารพัดนึก โดยไม่
เกรงกลัวกฏหมายในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเมื่อ
ทีมงานช่อง 3 เข้าไปถ่ายภาพกับพบว่ามีเจ้าของร้านเข้ามาห้าม
และขอให้ลบภาพทิ้ง จึงเหลือภาพเล็กน้อยนำมาเสนอข่าวได้ เพราะ
เกรงถูกตรวจจับและงดห้ามวางขายชั่วคราวเมื่อเป็นข่าว
แหล่งข่าวไม่ขอเปิดเผยระบุว่า แผงขายซีดีชั่วคราวมีมากทุกแห่งในจังหวัด ตามเขตชายแดน ซึ่งเป็นแหล่งผลิต
รายใหญ่อีกแห่งที่ด่านช่องเม็ก อุบลราชธานีรอยต่อด่านวังเต่าสปป.ลาว โดยลักลอบนำมาวางขายในตัวเมือง เช่น
ตามตลาดโต้รุ่ง ตลาดนัด แหล่งชุมชน ในราคาแผ่นละ 40-100 บาท โดยต้องจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดือน
ละ 10,000-20,000 บาทต่อราย เพื่อให้มีการอนุญาตวางจำหน่าย ซึ่งหากมีการกวาดล้างอย่างจริงจังจากนายชั้น
ผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยก็จะสั่งให้แผงขายดังกล่าวงดขายชั่วคราวและจะอนุญาตให้มีขายใหม่อีกครั้ง เมื่อเวลา
ผ่านไป ส่งผลให้ธุรกิจแผ่นซีดีเถื่อนเฟื่องฟูในขณะนี้ และยังสร้างความเสียหายให้กับค่ายเพลงอีกด้วย (30/10/51)
|
| นราธิวาส-
ตำรวจคุมตัวแนวร่วมไปทำแผนเผาโรงเรียน |
จ.นราธิวาส
ตำรวจคุมตัวแนวร่วมไปทำแผนเผาโรงเรียน หลังสำนึกผิดให้การรับสารภาพ
สำหรับการจับกุมกลุ่มโจรใต้ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ จ.นราธิวาส เจ้า-
หน้าที่ที่เกี่ยวได้ร่วมมือกันดำเนินการและสามารถจับกุมผู้กระทำผิด
มาดำเนินคดีและทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งล่าสุด พ.ต.อ.โชติ ชวาลวิวัฒน์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส และ พ.ต.ท.วิโรจน์
นวลแก้ว รองผกก.สส.สภ.รือเสาะ
และกำลังตำรวจทหารจำนวน 50 นาย พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้ควบคุมตัวนายอับดุลเลาะห์
ตอแลมาอายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 88/3 บ้านซูเป๊ะ หมู่ 2 ต.เรียง อ.รือเสาะ
จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.นราธิวาส
ที่ 780/2551 ลงวันที่ 13 ต.ค. 2551 ในข้อหาร่วมกับพวกลอบวางเพลิงโรงเรียนบ้านสูเป๊ะ
ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 2 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 27
พ.ค. 2550 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จำนวน 3 จุด คือ 1. จุดเกิด
เหตุลอบเผาโรงเรียน 2. จุดทำพิธีซูเปาะหรือสาบานตนเข้ากลุ่มขบวนการ และ
3. จุดนั่งสังเกตการณ์ความเคลื่อน
ไหวของเจ้าหน้าที่ ในการอำนวยความสะดวกให้พวกเข้าไปลอบวางเพลิงโรงเรียน
โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการทำ
แผนประกอบคำรับสารภาพนานกว่า 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
เนื่อง
จากพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาของผู้ต้องหา
โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอับดุลเลาะห์ ไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุหน้ารั้วโรงเรียนบ้านสูเป๊ะ จุดที่ 2. ซึ่งเป็น
มัสยิด ต.เรียง ที่นายอับดุลเลาะห์และพวกไปทำพิธีสาบานตน หรือซูเปาะ เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกขบวนการRKK
และ 3. ที่บริเวณม้านั่งหินอ่อนหน้าโรงเรียนสูเป๊ะ ที่นายอับดุลเลาะห์ นั่งเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนของเจ้าหน้าที่
ตำรวจ ทหาร เพื่อรายงานให้พวกที่กำลังวางเพลิงสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ หากแผนการต่างๆ
ผิดพลาด
(30/10/51) |
|